สิ่งที่พันธมิตร ฯ ชอบอ้างเสมอเพื่อปลุกระดมประชาชน และชี้นำสังคม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังอ้างถึงระบอบทักษิณ กรวุฒิไม่เห็นด้วยกับการดึงสถาบันหลักของชาติมาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นของสูงที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า เถิดทูนไว้เหนือเกล้า การกล่าวอ้างโดยไม่มีเหตุอันควรระวังจะมีอันเป็นไปนะครับ สถาบันหลักดังกล่าวมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองโปรดอย่าได้อาจเอื้อมไปแตะต้องเด็ดขาด ส่วนอดีตนายก ทักษิณ ตัวท่านจะกลับมาสู่การเมืองทั้งที่ท่านได้ปฏิเสธไปแล้วก็ไม่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อลองไปดูผลการวิจัยในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับรายวัน อาทิตย์ ที่ 27 เม.ย. 2551 หน้า 11 บอกว่าผลวิจัยชี้ “ทักษิณ” ไม่มีผลต่อเลือกตั้ง ซึ่งแถลงโดยนายปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาคกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์มหาลัยธรรมศาสตร์ ที่พวกท่านได้จัดชุมนุม 2 ครั้ง ผลการวิจัยที่น่าสนใจพบว่า “การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ได้มีความขัดแย้งเรื่องพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ตามที่เข้าใจกัน” เพราะมีผู้ตอบว่า เลือกใครหรือไม่เลือกไม่เกี่ยวกับพันตำรวจโททักษิณ ร้อยละ 62.51 เลือกเพราะชอบพันตำรวจโททักษิณ ร้อยละ 19.64 เลือกเพราะไม่ชอบพันตำรวจโท ทักษิณ ร้อยละ 17.85 แสดงว่าพันตำรวจโททักษิณ ไม่มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งที่ผ่านมามากนัก แต่ที่มีผู้ตอบเพราะชอบพรรคและนโยบายพรรค ในแบบสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 66.09 และแบบแบ่งเขตที่เน้นเลือกคน ก็ยังเลือกเพราะพรรคร้อยละ 55.63 เห็นหรือยังครับพันธมิตร อดีตนายกไม่ได้มีอิทธิพลอะไร อย่ากลัวท่านอีกเลย และอย่าแอบอ้างท่านอีก พลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง เพราะประชาชนชอบนโยบายพรรคจริงไหมครับ แต่ที่ท่านออกมาชุมนุมเพราะขี้แพ้ชวนตี เลยพาลไปถึงรัฐบาลที่มาจากประชาชนเสียงข้างมากและกำลังแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดียิ่งขึ้น ท่านจะไม่ฟังประชาชนเสียงข้างมาก หรือจะให้คล้อยตามพวกท่านเสียงข้างน้อยอย่างนั้นหรือ ไม่ผิดหลักการในระบอบประชาธิปไตยด้วยหลักการเสียงข้างมากหรือครับ ......
กรวุฒิไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด สำหรับประเด็นนี้ แต่ต้องการชี้ให้เห็น รัฐบาลผสมขาดเสถียรภาพ ทำให้การบริหารประเทศตั้งอยู่บนความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจได้สนิทใจ มีการต่อรองสูง อาจถูกแทงข้างหลัง และหักหลังได้ง่าย อย่าลืมว่ามากพรรคมากความ หลากหลายนโยบาย การตัดสินใจบริหารประเทศยากเย็นแสนเข็ญต้องได้รับความเห็นชอบพรรคร่วมรัฐบาล การบริหารประเทศจึงจะเดินหน้าไปอย่างราบรื่น หากเป็นรัฐบาลพรรคเดียว นโยบายเดียวกัน การบริหารง่ายและราบรื่นจริงมั้ยครับ
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรัฐธรรมนูญ เช่น กรณีไม่ให้ สส. ฟังมติพรรค การสังกัดพรรคการเมืองของสมาชิกพรรคใช้เวลาน้อยเกินไป ทำให้สมาชิกย้ายพรรคง่ายขึ้น ไม่พอใจพรรค หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรคด้วยกันสามารถย้ายพรรคได้ กลายเป็นสส.เร่ร่อนขายตัวไปเรื่อย ๆ ทำให้พรรคขาดเสถียรภาพเช่นกัน อีกกรณีหนึ่ง ที่มาของสว. เป็นสว.ลูกผสม จากการสรรหา 74 คน จากการเลือกตั้ง 76 คน แถมอีกกรณีหนึ่ง การ แบ่งเขต เลือกตั้ง ที่ สส. แบ่งเขต สส.สัดส่วนมั่วไปหมด ท่านผู้ชมไปลองอ่านดู ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 และพรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการคณะกรรมการเลือกตั้งจะเห็นเช่นเดียวกับกรวุฒิ นี้เป็นแค่ตัวอย่าง แค่น้ำจิ้มเท่านั้น กรวุฒิคิดว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 นั้น จงแก้ไปเถิดครับรัฐบาล แก้ให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศในอนาคต จึงอยากให้ สส. สอบตกช่วยสนับสนุน ถ้าไม่สนับสนุน จงอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้รัฐบาลทำงานไป แก้ไป คุณอย่าลงเลือกตั้งเลย เพราะเป็นฉบับที่คุณไม่สนับสนุน คุณสุวิทย์อย่าตีฝีปากเลยว่าไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของสภา” หรือคุณคิดว่าถ้าแก้ไขแล้วกลัวการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะ เหมือนท่านกกต.ท่านหนึ่งพูด จะทำให้คุณตกงานใช่มัยครับ
นายสุวิทย์ คุณกิติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมากล่าวรัฐบาลไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภา รัฐบาลควรแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน กรวุฒิเห็นด้วยกับคุณสุวิทย์ ฯ แต่คุณสุวิทย์ เป็นสส.สอบตกมิใช่หรือ ทำไมเสียงดังจัง ควรเสงี่ยมเจียมตัวบ้าง เค้าเชิญมาเป็นรองนายกนับว่าเป็นบุญแล้ว ถ้ากรวุฒิสอบตกแสดงว่าสอบตกแสดงว่าประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่ให้ความไว้วางใจ ควรยุติบทบาททางการเมืองสักระยะหนึ่ง ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง
กรวุฒิติดตามรัฐบาลมาตลอด ก็เห็นรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน พร้อมกับแก้ไขรัฐธรรมนูญไปพร้อมกัน ขอร้องเถิดครับมือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ หรือว่าท่านรองนายกออกมาพูดเพราะมีวาระซ่อนเร้นครับ
นั่งฟังวิทยุ คลื่น 100.5 เวลา 17.00 - 17.30 เมื่อ 22 เม.ย. 51 คุณเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 1 ท่านให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล มุมมองของท่านมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพื่อลบล้างความผิดของพรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ท่านบอกว่าถ้าแก้ไขหลังการถูกลงโทษจะเหมาะสมมากกว่า และท่านยังมองไปถึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประชาชนรับร่าง ถึง 14 ล้านเสียง จะทำอะไรให้คำนึงถึงเสียงประชาชนบ้าง กรวุฒิไม่อยากพูดถึง เพราะเคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับ 14 ล้านเสียง แต่เพื่อความเป็นธรรม สำหรับรัฐบาล ก็ต้องอ้างประชาชนเช่นกัน เพราะรัฐบาลมาจากประชาชนเสียงข้างมาก ย่อมมีสิทธิ์ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อลบล้างรัฐธรรมนูญเผด็จการ
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องกรุณาเปิดดู “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ที่ใช้สำหรับลงประชามติ เมื่อ 19 สิงหาคม 2550 จะพบรายละเอียดดังนี้ (เล่มสีเหลืองที่ส่งไปตามบ้านครับ)
- สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 101 คน มีท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นรองประธาน คนที่ 1 ประธานคือท่าน นรนิติ เศรษฐบุตร
- คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีทั้งหมด 35 คน มีคุณประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน
- ข้อสังเกต บุคคลในข้อที่ 1 มีชื่อซ้ำในข้อที่ 2 ถึง 22 คน ( จากทั้งหมด 35 คน ) เกินครึ่งหนึ่ง กรวุฒิ คิดว่าน่าจะแยกส่วนกัน คนคนเดียวอยู่คณะเดียวพอแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาว่า ชงเองกินเอง “หรือว่าท่านคือผู้รู้ในประเทศนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากท่าน ถึงได้เวียนไปอยู่เกือบทุกคณะ” โดยเฉพาะบางคนไปอยู่ที่กกต. ก็มี (ห้ามบอกว่า คมช. แต่งตั้ง จึงเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของท่าน )
- คุณเสรี สุวรรณภานนท์ คุณจะมาบงการ ประชาชนทั้งประเทศให้อยู่ภายใต้อาณัติพวกคุณแค่ร้อยกว่าคนนี้หรือ ประชาชนไม่ได้เป็น ทาสของพวกคุณนะ! จำใส่ใจไว้ดี พวกผมเป็นคนนะครับไม่ใช่แมว !??
- ข้ออ้างของหัวหน้าพรรคการเมือง ท่านกล่าวไว้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับรายวัน เสาร์ที่ 19 เมษายน 2551 หน้า 17 ดังนี้
“ข้ออ้างที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการทำรัฐประหาร
ไม่ทราบว่าท่านคิดได้อย่างไร แสดงว่าท่านยอมรับการทำรัฐประหาร รวมทั้งสมาชิกพรรคของท่านทุกคน เชิญรับไปเถิด แต่ห้ามลากพรรคอื่นเขาล่ะ เพราะพรรคอื่นเค้าไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงประสานเสียงกันแก้ไข (หรือมีพรรคไหนไม่อยากแก้บ้าง บอกมาเลยครับ) กรวุฒิได้แต่ปลง ถ้าหัวหน้าพรรคการเมืองคิดได้แค่นี้ เราพวกเราประชาชนเจ้าของประเทศ จงจำพรรคนี้ไว้ให้ดี เลือกตั้งครั้งต่อไปคงเลือกง่ายขึ้น พวกเราคงไม่เลือกพรรคที่สนับสนุนการทำรัฐประหารใช่ไหมครับ
ไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นผมคิดว่าฟังไม่ขึ้น เพราะหากคิดเช่นนั้น
สส.ทุกคนก็มาจากการทำรัฐประหารทั้งหมด เพราะมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” - สำหรับสว.ที่มาจากการสรรหา 74 ท่านนั้น จงยอมรับความจริงเถิดครับ เพราะท่านมาจากกรรมการสรรหาแค่ 7 คน ผิดกันราวฟ้ากับดินของสว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 76 ท่าน เพราะแต่ละท่านต้องออกแรงกาย แรงใจ ทุนทรัพย์ กว่าจะได้เป็นสว. นอกจากนั้นต้องผ่านด่านของ 5 อรหันต์ กกต. เลือดตาแถบกระเด็น หรือว่าท่านสว.สรรหา ว่าไม่จริงครับ
เอาอีกแล้ว พูดเรื่องการ ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง! ของท่านประธานที่ปรึกษาพรรคการเมืองพรรคหนึ่งในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก รายวันฉบับวันที่ 16 เม.ย. 2551 เขารู้กันถ้วนหน้า มีท่านอยู่คนเดียว ทำไขสือไม่ทราบจริงหรือครับท่านช่างทาสี อย่าลืมง่ายสิครับ พระเด็จพระคุณท่าน ลูกใคร ที่พูดว่า สมาชิกพรรคการเมืองของท่านทำเงินหล่นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 200 ล้านบาทในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อหลายปีก่อน รู้สึกสมาชิกท่านนั้นเป็นถึงด็อกเตอร์ ชื่อท่านเหมือนธง... ของประเทศไทย รองหัวหน้าพรรคของท่านประธานที่ปรึกษาออกมาพูดว่า พรรคของท่านถูกสั่งให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคเหมือนกัน แต่ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคของท่านเก่งและพรรคท่านไม่ได้ทำความผิดชี้แจงเหตุผลจนเข้าตาคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จึงรอดพ้นจากการถูกยุบพรรค ไม่เหมือนพรรคไทยรักไทย ชี้แจงอย่างไรไม่ทราบถูกยุบพรรค ผู้ที่ชี้แจงของพรรคไทยรักไทยเป็นด็อกเตอร์ทางกฎหมายทั้งนั้น เหตุผลไม่เข้าตาคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ บางท่านจบกม. จากฝรั่งเศส ยังแก้ต่างให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้ กรวุฒิขำกลิ้ง อุตส่าห์นั่งฟังคำวินิจฉัย คิดว่าจะรอด ถูกยุบพรรคหน้าตาเฉย ท่านรองหัวหน้าพรรคครับ ท่านจำได้ไหมประธานคมช.พูดถึงบันได 4 ขั้นที่จะทำลายพรรคไทยรักไทย และช่วยพรรคของท่านให้ได้เป็นรัฐบาล แต่พรรคของท่านยังเอาชนะพรรคพลังประชาชนไม่ได้ อย่าพูดอีกเลยนะครับท่าน รองหัวหน้าพรรคอายฟ้าดินเปล่า
- บางท่านมองว่าควรใช้ไปสัก 1 ปี หากมีจุดบกพร่องค่อยแก้ไข ท่านที่พูดเช่นนี้พูดทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามีข้อบกพร่อง แต่ท่านอยากอยู่ในตำแหน่งนาน ๆ จริงมั้ยครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องแก้มาตราที่มาของสว. ด้วย ท่านกลัวว่าถ้า สว.มาจากการเลือกตั้งท่านอาจไม่ได้เป็นสว. ก็เป็นได้
- พรรคการเมืองบางพรรคคิดว่าขณะนี้พรรคได้เปรียบ จึงสรรหาวิธีการเตะถ่วงไปให้นานที่สุด หากพรรคอื่นมีอันเป็นไปต้องยุบพรรค ก็เตรียมช้อนสส.แพแตก หวังพลิกกลับมาเป็นรัฐบาล แต่คิดว่าคงไม่ง่ายเกินไปหรอกนะ กรวุฒิ เคยดักคอไว้แล้วห้ามรับสส. เหล่านี้เด็ดขาด ถ้ารับก็กลืนน้ำลายตนเอง ระวังจะถูกตราหน้า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” เพราะพรรคนี้เคยตราหน้าพรรคอื่นไว้ว่า “ถ้าสส.ของพรรคย้ายไปอยู่พรรคอื่น ก็จะโจมตีทันทีว่าสส.ถูกดูดไปบ้างละ สส.ถูกซื้อตัวไปบ้างล่ะ” และอย่าอ้างว่า “ถ้าย้ายมาอยู่พรรคตนเอง คือ ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน” จะเสียชื่อพรรคที่ได้รับการกล่าวขานว่า “เป็นสถาบันการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด” หมดนะครับ
- ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรก จนถึงฉบับปัจจุบัน เราจะมีรัฐบาลผสมเกือบทั้งหมด ยกเว้นฉบับปี 40 ที่มีรัฐบาลพรรคเดียว คือ พรรคไทยรักไทย สมัยอดีตนายกทักษิณเป็นรัฐบาลสมัยที่ 2 การที่มีรัฐบาลผสมทำให้การบริหารไม่ราบรื่นเกิดการต่อรองทางการเมือง ต่อรองผลประโยชน์สูง จนทำให้หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคกล่าวว่า “รัฐบาลผสมทำให้ไม่มีเสถียรภาพ” พอมีรัฐบาลพรรคเดียว หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคก็กล่าวว่า “เป็นเผด็จการทางรัฐสภา” ก็ไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคนั้นต้องการรัฐบาลแบบไหนกันแน่ สรุปให้ก็ได้พรรคของท่านเท่านั้นเป็นรัฐบาล จึงมีความชอบธรรม พรรคอื่นไม่มีความชอบธรรมใช่ไหมครับ หรือใครมีความเห็นต่าง เชิญแสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่กรวุฒิคิดว่า เหตุผลที่รัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในการนำมาบริหารประเทศ ส่วนจะเพื่อพรรค เพื่อพวกพ้องคงไม่ทันการเพราะขบวนการยุบพรรคตั้งธงไว้แล้วจริงมั้ยครับท่าน
- ว่าจะไม่พูดถึงมวยคู่เอก ณ เวทีรัฐสภา ระหว่างเก่ง ดอนเมือง กับสมเกียรติ พันธมิตร ให้บังเอิญไปเจอข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับรายวัน วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551 หน้าที่ 11 ปชป. แจ้ง “การุน” หมิ่น “สมเกียรติ” จากการติดตามข่าวหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ ประโคมข่าวกันครึกโครม ใครผิดใครถูกก็ว่าไปตามหลักฐานแล้วกัน กรวุฒิคิดว่าเหตุที่เกิดมาจากขิงก็ราข่าแรง พูดถึงต้นทุนทางสังคมนำมาเปรียบเทียบมวยคู่นี้ ตามภาษามวย “กระดูกคนละเบอร์” ดังนี้
- คุณสมเกียรติ ฯ แกนนำพันธมิตรเป็นถึงครูบาอาจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายและยังเป็นสส. บัญชีรายชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้นำเสนอ เพราะผลงานขับไล่ระบอบทักษิณจนนำไปสู่การปฏิวัติทำให้เผด็จการครองเมืองปีกว่า กระดูกมวยย่อมเป็นต่อ เก่ง ดอนเมือง แน่นอน
- คุณการุน สส.พรรคพลังประชาชนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน ลงเล่นการเมืองระดับชาติก็เจอปัญญาวุฒิการศึกษา นอกจากนี้ยังมีข่าวเป็นขาใหญ่ดอนเมือง มีระดับ ขนาดกล้ามีปัญหากับตำรวจเรื่องจับบ่อนไก่ กระดูกมวยย่อมเป็นรองสมเกียรติ พันธมิตรแน่นอน จริงไหมครับท่านผู้ชม
- สรุปแล้วต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน ถือทิฐิ ผมต้องเด่นต้องดีกว่าคุณ เลยเกิดเป็นมวยคู่เอก ของสภาอันทรงเกียรติ ถ้าทั้งสองท่าน ยับยั้งชั่งใจ คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้แน่นอน กรวุฒิอยากติเพื่อก่อเพียงแค่ ต่อไปทำอะไรคิดถึงสถานะของตนเองที่เป็นสส.ของสภาอันทรงเกียรติ เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ขอให้มวยเอกคู่นี้เป็นคู่สุดท้ายของสภาอันทรงเกียรติเถิดครับ (คู่แรกคงจำได้ เป็นคู่ระหว่างสว. )
- ตามที่โหรทำนายทายทักเรื่องการเมืองทุกวันนี้ โหรแต่ละท่านก็ว่าไปตามตำราที่ท่านได้ร่ำเรียนมาจากสำนักไหนก็ตาม ถูกบ้างผิดบ้างก็ว่ากันไป ถ้าถูกก็ได้เฮ ถ้าผิดล่ะ ... เซ็ง ! ก็หมอดูคู่กับหมอเดา ก็สบายใจไปอย่างอย่าได้ซีเรียสนะครับ
- โหน ก็คือโหนกระแส โหรทำนายไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ก็ทึกทักว่าโหรท่านเก่ง ทำนายแม่นยำ ทุกต้อง … ก็กระพือข่าวว่าโหรท่านนี้ทำนายแม่นเหมือนกับตาเห็น ? ปากต่อปากเหมือนไฟลามทุ่ง สุดท้ายท่านโหรก็ได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ ลูกศิษย์ลูกหามีทุกระดับ แม้แต่ระดับชาติก็ยังมีเลยจริงมะ ถ้าคนระดับนี้ยังเชื่อโหร ยอมเป็นลูกศิษย์ คิดแล้วประเทศไทยว้าเหว่จริงนะครับ ... แล้วท่านคิดเหมือนผมหรือเปล่าครับ
- การโยกย้ายข้าราชการเพื่อคืนความชอบทำให้กับข้าราชการที่ถูกโยกย้ายสมัยคมช. พิสูจน์ได้หรือยังว่ารัฐบาลสมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนครีทำถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ เพราะการโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขณะนี้ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถูกให้ออกราชการไว้ก่อนท่านโดนข้อกล่าวหาว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ท่านยังสามารถร้องศาลปกครองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านได้ พันธมิตรจะว่าอย่างไร? เห็นโจมตีรัฐบาลท่านนายกสมัคร สุนทรเวช ว่าการย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อต้องการฟื้นอาณาจักรตำรวจพันธมิตรทั้ง 5 และหนึ่งมหา จะตอบสังคมอย่างไร? … เชิญครับ ถ้าไม่ตอบคำถามต่อไป “อย่าว่าเองเออเอง สรุปเองนะครับ” เพราะประชาชนไม่เชื่อถือท่านอีกต่อไปแล้ว
- การที่พันธมิตรทั้งกับ 1 ท่านมหาออกมาเคลื่อนไหว และส่งเสียงคำรามอยู่คณะนี้ แสดงว่าต้องมีวาระซ่อนเร้นอย่างแน่นอน … ซ.ต.พ. (ซึ่งต้องพิสูจน์)
- พันธมิตรจะมีอิทธิพลเหนือจิตใจของคนทั้งประเทศจริงหรือ? ใครคิดว่ามีอิทธิพลจริง ! กรุณาช่วยตอบที โดยยกเหตุผลประกอบด้วย
- ขณะนี้พันธมิตรกำลังรณรงค์ปลุกระดมให้ประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ถ้าประชาชนออกมาชุมนุมจนสามารถขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จริงประชาชนส่วนหนึ่งคงยอมสิโรราบให้จริงไหม และยอมให้พันธมิตรปู้ยี่ปู้ยำประเทศได้ตามอำเภอใจ แต่ประชาชนส่วนใหญ่เจ้าของประเทศคงไม่ยอมใช่ไหมครับ หรือยอมเขาครับเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ !?
- การชุมนุมครั้งต่อไปของพันธมิตรจะเป็นการพิสูจน์ว่าพันธมิตรคือผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง ห้ามกระพริบตา
- พรรคการเมืองบางพรรคกลัวอดีตนายกทักษิณจะกลับมามีอำนาจอีกที กลัวนโยบายการทำงานของท่านอดีตนายกทักษิณ ถึงกับบอกว่านโยบายของท่านอดีตนายกทักษิณ คือ ระบอบทักษิณ ถ้าคิดว่านโยบาย หรือระบอบทักษิณไม่ดีต่อประเทศชาติ ทำไมพรรคของท่านไม่คิดหานโยบายดี ๆ ที่สามารถเอาชนะใจประชาชน? ถ้านโยบายของพรรคท่านเป็นนโยบายที่ดี สามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเศรษฐกิจที่ดี ประเทศชาติเจริญ ไม่มีปัญหาคอรัปชั่น รับรองว่าประชาชนต้องเลือกพรรคของท่านแน่นอน แต่ในอดีตพรรคของท่านบริหารประเทศมา 2 สมัย ทำอะไรให้ประชาชนประทับใจบ้าง ปัญหาคอรัปชั่นมีหรือเปล่าไม่ทราบ มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือเปล่าทราบ การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมหรือเปล่าไม่ทราบ แต่พรรคของท่านเคยยุบสภามีการลงมติหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กรณี สปก. 4 -01 ใช่หรือไม่
- จากการติดตามสถานการณ์มีบางกลุ่มคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวหาว่าแก้เพื่อหนีการถูกยุบพรรคบ้างล่ะ แก้เพื่อคนคนเดียวบ้างล่ะ ที่เค้าอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเกิดขึ้นในสภาวะที่ไม่ปกติก็ไม่ฟัง เมื่อไม่กี่วันมานี้อาจารย์คณิณ บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 กล่าวไว้ในรายการหนึ่งของสถานีโทรทัศน์ NBT ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ได้มาจากขบวนการที่ไม่ปกติตั้งแต่ต้น กล่าวคือ ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญปี 40 สมาชิกร่าง สสช. องค์กรอิสระ ฯลฯ มาจากการแต่งตั้งของคมช. ทั้งสิ้น!! กลุ่มของท่านจะไม่สำเนียกบ้างหรือกับเสียงของอาจารย์คณิณ ฯ ? ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านคิดว่ากลุ่มของท่านจะได้เปรียบทางการเมืองละซิ ฝันไปหรือเปล่าเพราะคนอีสาน คนเหนือ และคนภาคบางส่วนยังนิยมนโยบายของอดีตนายกทักษิณ
- พรรคการเมืองบางพรรคคาดหวังสูงเกินไปหรือเปล่า กล่าวคือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชชิมา ฯ คงคิดว่าสมาชิกพรรคเหล่านี้คงมีไปร่วมพรรคของท่านใช่หรือไม่ ถ้าท่านมีสปิริตจริงห้ามรับสส. เหล่านี้เข้าพรรคของท่านนะครับ โดยเฉพาะพรรคชาติไทยที่เคยร่วมบอยคอตการเลือกตั้งกับพรรคของท่าน ทำให้เกิดวิกฤตทางการเมือง และนำไปสู่การปฏิวัติ แต่ปัจจุบันร่วมรัฐบาลอยู่อย่าลืมง่ายนักล่ะ! เพราะพรรคเคยหักหลังพรรคของท่านโดยจะไปร่วมรัฐบาลพลังประชาชน แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะที่สมาชิกพรรคเหล่านี้จะไปร่วมกับพรรคของท่าน เพราะแต่ละพรรคได้ดำเนินการตั้งพรรคใหม่รองรับแล้ว ถ้ากรรมการบริหารพรรคถูกเว้นวรรค เค้าคงหากรรมการพรรคใหม่ได้ อย่าห่วงเลยนะครับ
- ยังจำได้ไหม รัฐบาลขิงแก่ยังรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 เสียงส่วนใหญ่ไม่อยากรับอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการบ้างล่ะ เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชนบ้างล่ะ ถ้าไม่รับจะมีผลเสียมากกว่า ให้รับไปเถิดค่อยมาแก้ไขทีหลัง - “หากไม่รับ ให้ คมช. ประชุมกับ ครม. เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จใน 30 วัน นับแต่วันออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบ” - ความตอนหนึ่งในมาตรา 32 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 รายละเอียดให้ไปอ่านในมาตรานี้แหละ (เพราะมาตรา 32 ใช่หรือไม่ ที่บีบบังคับให้ประชาชนไม่มีทางเลือก จึงต้องรับร่างไปก่อน พวกที่ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปอ่านดูซะดี ๆ อย่าลืมง่ายนัก
- การพิทักษ์นักการเมืองบางพรรคไม่อยากแก้ไข ฯ อ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เพราะพรรคนี้ชอบฉวยโอกาส ถ้าเขาสามารถแก้ไขได้สำเร็จก็จะเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ถ้าไม่สำเร็จจะคอยซ้ำเติม หรืออาจคิดว่าจะแก้ไขได้อย่างไร เพราะทางภาคใต้เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าแก้ไข ฯ กลัวจะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองจริงไหม ?
- นักวิชาการจากหลายสำนักประสานเสียงต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 จะไม่เป็นการสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการหรือครับ ช่วงที่เขาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นออกมาต่อต้าน วิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม หรือว่ากลุ่มนักวิชาการที่ต่อต้านการแก้ไขกับกลุ่มที่ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคนละกลุ่มกัน แล้วพวกเราประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะเชื่อใครละครับ พระเด็จพระคุณท่าน
- ประเทศไทยมี NGO คอยคัดค้านการพัฒนาประเทศของรัฐบาลมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องเขื่อน ไม่ว่าเขื่อนปากมูล เขื่อนแก่งเสือ เป็นต้น จะอ้างว่าทำให้ระบบนิเวศเสียหาย ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ทำให้ป่าอนุรักษ์เสียหายและอื่น ๆ อีกมากมายที่จะอ้าง การจะทำอะไรรัฐบาลต้องมีการศึกษาผลดีผลเสียก่อน ถ้าผลดีมากกว่าถึงจะลงมือทำ กรณีเขื่อนปากมูลที่คุ้นหน้าคุ้นตามีอยู่สองคน คนแรกเป็นแกนนำอยู่ที่บริเวณเขื่อนปากมูล คือ คุณนิตยา ฯ (หรือคุณมด) เสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง คนที่ 2 บริเวณเขื่อนราศีไศล คนนี้ชาวราศีไศลกำลังคิดถึง เป็นหนึ่งกลุ่มพันธมิตร
- ผลงานของ NGO วันนี้ คือ เมื่อ 2 มีนาคม 2551 ข่าวภาคเที่ยงของช่อง NBT (ช่อง 11 เดิม) รายงานข่าวการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคที่จังหวัดอุบลราชธานี ทางการต้องนำน้ำแจกจ่ายประชาชน ทางจังหวัดบุรีรัมย์ การเลี้ยงปลากระชังต้องหยุดชะงัก เพราะแม่น้ำมูลแห้งขอด เห็นหรือยังครับการเปิดเขื่อนไม่ยอมกักเก็บน้ำไว้ ถ้ากักเก็บน้ำไว้น้ำเต็มฝั่งตามเกณฑ์ที่เขื่อนกำหนดไว้ มีประโยชน์ต่อระบบชลประทาน ต่อระบบน้ำใต้ดิน และระบบน้ำผิวดิน ถามว่าขุดบ่อน้ำตื้นได้ง่ายเป็นผลดีต่อเกษตรกร การกักเก็บอาจกระทบต่อระบบนิเวศบ้างเป็นเรื่องปกติ เมื่อชั่งน้ำหนักดู ผลดีมากกว่าแน่นอน เพราะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรลุ่มแม่น้ำมูล ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เนื่องจะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคดังกล่าว "ทั้งคุณ NGO รวมทั้งคนที่เป็นหนึ่งในกลุ่มพันธมิตรกรุณาไปช่วยเหลือชาวบ้านด้วยนะครับ" ชาวบ้านจะขอบคุณเป็นอย่างสูง
- เห็นนักการเมืองออกมาโต้ตอบกัน เรื่องการถือครองที่ดินแล้ว รู้สึกสงสารประชาชนตาดำ ๆ จะหาที่ทำกินสักผืน บางคนไม่มีเลย ต้องเช่าที่เขาทำกิน เช่น เช่าที่นา เช่าไร่ปลูกพืช เป็นต้น ปีไหนฝนตกต้องตามฤดูกาล ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ผลิตผลได้ตามต้องการ ก็พอลืมตาอ้าปากได้ ปีไหนฝนตกน้อย ผลิตผลตกต่ำ สิ่งที่ตามมา รายได้จากผลิตผลไม่พอค่าเช่า นี่แหละคือทุกข์ของชาวนา ชาวไร่
- หันมามองนักการเมือง มีที่ดินทำกิน เป็นร้อยเป็นพันไร่แล้ว ทำไมช่องว่างมันห่างไกลกันเหลือเกิน ระหว่างนักการเมืองกับชาวไร่ ชาวนา ใครจะทำให้ช่องว่างเหล่านี้ใกล้เคียงกันบ้าง อาศัยนักการเมืองที่มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารประเทศในยุคนี้คงยาก คงชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ประชาชนตาดำ ๆ หาเช้ากินค่ำ ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็คง โง่ จน เจ็บ ต่อไป จริงไหมครับท่านการเมืองทั้งหลาย
- ที่สปก. 4-01 ที่เป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ไม่ทราบว่าตกถึงมือประชาชนกี่รายกันแน่ครับ หรือผันไปอยู่ที่นักการเมือง และนายทุนหมดแล้ว อยากให้ผู้ที่รับผิดชอบ เปิดเผยตัวเลขให้สังคมได้รับทราบว่า ไปอยู่กับนักการเมือง , นายทุนกี่ราย และประชาชนกี่ราย อยากให้รัฐมนตรีมหาดไทย ช่วยตรวจสอบที่สปก. 4-01 ด้วยครับ นอกเหนือจากที่สาธารณะที่นักการเมืองถือครองอยู่ จะเป็นพระคุณยิ่ง
- พันธมิตร ฯ ควรปล่อยให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบริหารประเทศต่อไป เพราะได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน อย่าชุมนุมสร้างความวุ่นวายอีกต่อไป เพราะประเทศชาติไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของพันธมิตร ถ้ายังเคลื่อนไหวอยู่อย่างนี้ จะทำให้ประเทศชาติขาดความเชื่อถือจากนักลงทุน ฯ เขาจะย้ายฐานการลงทุนไปสู่ที่อื่นหมดแล้ว ประเทศชาติจะเหลืออะไรอีกต่อไป
- พันธมิตร ฯ บางคน ประธานที่ปรึกษาพรรคสนับสนุนให้เคลื่อนไหวได้เพราะอดีตเคยเป็นพันธมิตร ฯ แม้จะเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมสามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมาทำให้นำไปสู่การปฏิวัติ แสดงว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้หวังผลให้นำไปสู่การปฏิวัติอีกใช่หรือไม่??? แทนที่ประธานที่ปรึกษาพรรคและหัวหน้าพรรคจะยับยั้งกลับส่งเสริมซะนี่ จะไม่เป็นการสนับสนุนการปฏิวัติ (และเผด็จการ) หรือครับ
- พันธมิตรบางคน / เลขากรป. ก็อีกคนทำอะไรไว้ที่บ้านเกิด อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกต ชาวราศีไศลเขาคิดถึง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง โดยขาดน้ำอุปโภคบริโภค ได้ดิบได้ดีขี่รถยุโรป อย่าลืมบ้านเกิดเด้อ
- นายยุทธพงค์ จรัสเสถียร ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรถดับเพลิง / เรือดับเพลิง ซึ่งมีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. เป็นประธานอนุกรรมการ ฯ นายยุทธพงค์ จรัสเสถียร ยืนยันคำให้การที่เคยให้ไว้ต่อ DHI และกล่าวว่าเป็นผู้ร้องเรียนเป็นคนแรกเพราะเห็นความผิดปกติของสัญญา และท้วงติงตลอดเวลา นายยุทธพงค์ ฯ กล่าวว่านายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าในขณะนั้นลงนามในสัญญา เมื่อ 21 ส.ค. 47 แต่สัญญายังไม่สมบูรณ์ เพราะเงื่อไขข้อ 9.1 ระบุว่าสัญญาจะเกิดขึ้นหรือไม่อยู่ที่ LC ถ้าไม่เปิด LC สัญญาก็ไม่สมบูรณ์
- เมื่อต้นกันยา 47 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าและเปิด LC เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 48 ทั้งที่ผู้บริหารพรรคขอให้ยับยั้งไว้ก่อน แสดงว่านายอภิรักษ์ ฯ เปิด LC โดยพละการอย่างนั้นสิ !! เป็นไปได้หรือ เพราะนายอภิรักษ์ เป็นถึงรองหัวหน้าพรรค
- นายนาม ยิ้มแย้ม ยันยัน นอนยันว่า นายอภิรักษ์ ผู้ว่า ฯ ไม่ผิด แม้ได้เปิด LC แล้วก็ตาม แต่ได้กลับลำชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์จนทำให้นายอภิรักษ์แสดงสปิริต ยุติบทบาทผู้ว่า ฯ เขียนใบลาพักร้อน 30 วัน โดยไม่บอกเหตุผล แต่ออกมาแถลงข่าวร่วมเกี่ยวกับนายอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ชื่นชมนายอภิรักษ์ ในการแสดงสปิริตครั้งนี้ จนมีคำถามตามมาว่า “เอาม้าไปแลกกับขุนหรือเปล่า” มาจนถึงขณะนี้แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะยังดึงดันต่อไปอีกหรือครับ? ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งตัดสินดีกว่า !!
ข้อมูลหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับรายวัน ศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2551 หน้า 19 (เด็กปชป.ชี้คดีรถดับเพลิง / เรือดับเพลิง ทุจริตชัด)
- พันธมิตรควรอ่านและนำไปพิจารณาซะดี ๆ เพราะพวกคุณมีส่วนอยู่ในสถานนั้นด้วยเช่นกัน พวกคุณทำให้สถานการณ์ สุกงอม นำไปสู่การปฏิวัติ ห้ามปฏิเสธนะครับ เพราะประชาชนไม่เชื่อพวกคุณอีกต่อไป
- ท่านอดีตประธานคมช. พูดชัดเจน ถ้าไม่ปฏิวัติ จะเกิดการนองเลือด เพราะประชาชนทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน แต่ถ้าท่านฉุกคิดนึกถึงกรรมการห้ามมวย ถ้ากรรมการบอก “ชก!” นักมวยจะชกกัน ถ้ากรรมการบอก “แยก!” นักมวยจะแยกจากกัน ถ้าบอก “หยุด!” นักมวยหยุดชกกัน การสกัดกั้นประชาชนไม่ให้มาร่วมชุมนุมท่านสามารถทำได้แต่ไม่ทำ ท่านเลือกใช้วิธีปฏิวัติ เพราะท่านอาจมีวาระซ่อนเร้น ดั่งคำพูดของท่าน “ถ้าย้อนอดีตได้จะไม่ให้ พล.อ. สุรยุทธ ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะเป็นเสียเอง” ชัดเจนไหม ?? พวกพันธมิตรท่านทำเพราะตัวท่านเองแต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ไม่ใช่เพื่อพวกคุณ
- ข้อพิสูจน์ที่ท่านสามารถสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนมาชุมนุม ช่วงที่นปก.ชุมนุมต่อต้านเผด็จการ ท่านสกัดกั้นประชาชนไม่ให้มาชุมนุมที่ท้องสนามหลวงร่วมกับนปก.โดยสั่งให้ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านตรวจทุกเส้นทางที่มุ่งสู่กรุงเทพ ฯ จริงไหมครับท่าน ??? ทำไมท่านทำได้ล่ะ
- ในหนังสือ “ลับ ลวง พราง ปฏิวัติปราสาททราย” เป็นคำตอบสุดท้ายที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 49 , รัฐธรรมนูยปี 50 , องค์กรต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยคมช. น่าจะขาดความชอบธรรม โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับ 14 ล้านเสียง ท่านต้องมองด้วยความเป็นธรรม ในช่วงที่ลงประชามติ “รับร่าง” “ไม่รับร่าง” ประชาชนมีสิทธิ์ลงมติ 45 ล้านเสียง (ถ้าผิดขออภัยด้วย) รับร่าง 14 ล้านเสียง , ไม่รับ 10 ล้านเสียง รวม 24 ล้านเสียงอาจอยู่เฉย ๆ ไม่ลงคะแนน (พลังเงียบ) 21 ล้านเสียง
- รับร่าง 14 ล้านเสียง
- ไม่รับ 10 ล้านเสียง
- พลังเงียบ / อยู่เฉย 21 ล้านเสียง
- ข้อ 2 + ข้อ 3 เท่ากับ 31 ล้านเสียง จริงไหมครับ ห้ามกล่างถึงอีกต่อไป
- พรรคที่ได้เสียงข้างมากเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ขาดความชอบธรรม และพรรคไหนล่ะที่มีความชอบธรรม อย่าอ้างว่าพรรคที่ได้เสียงข้างมากเพราะชื่อเสียง เพราะการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นของคู่กันกับการเลือกตั้งทุกระดับของการเมืองไทย จนพูดกันติดปาก “เงินไม่มากาไม่เป็น” คนไม่ขายเสียงขออภัยไว้นะที่นี้ด้วย
- รัฐธรรมนูญบางฉบับเปิดโอกาสให้คนนอกเป็นนายก ฯ ได้ แต่ถูกต่อต้านจนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และเกิดวีระบุรุษประชาธิปไตยทั้งที่วีระบุรุษประชาธิปไตย ไปเชิญคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันนายก ฯ มาจากการเลือกตั้ง แต่มีมือที่มองไม่เห็นมองว่าขาดความชอบธรรม พยายามทุกวิถีทางเพื่อกำจัด สับสนจริง ๆ
- สับสนมากที่สุด องค์กรที่เกิดขึ้นช่วงปฏิวัติ มีความชอบธรรมทั้งๆที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย และขาดโอกาสแข่งขันในเวทีโลก การปฏิวัติครั้งนั้นได้รับความชื่นชมจากประชาชนกลุ่มหนึ่งที่นิยมเผด็จการ และสนับสนุนการปฏิวัติ อย่าลืมว่าการปฏิวัติใช้กับประเทศที่เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน และการปฏิวัติถ้าชนะคือถูกต้องแต่ถ้าแพ้คือกบฏ
- มือที่มองไม่เห็นและคอยซ้ำเติมประเทศไทย ควรยุติได้แล้วครับ กรรมมีจริงนะครับไม่ต้องรอชาติหน้า จะสนองทันทีในชาตินี้ เรียกว่า “กรรมติดจรวด”
- คนมีสี 3 คน คนแรกสีขาว , อีกคนสีดำ , คนที่ 3 สองสี พลตรีสนั่นครับอยากรู้ว่าใคร หรือใครรู้ช่วยบอกที ถ้าสั่งการอยู่เบื้องหลังจริงควรยุติได้แล้ว สงสารประเทศไทยและประชาชน ถ้าเริ่มต้นใหม่เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง ที่ผ่านมาประเทศสูญเสียงบประมาณไปเท่าไหร่ คร่าว ๆ นะ ปฏิวัติใช้เงินประมาณ 2 - 3 พันล้าน ลงประชามติประมาณ 2 พันล้านบาท เลือกตั้งสส.ประมาณ 2 พันล้าน เลือกตั้งสว.ประมาณ 2 พันล้าน ช่วงที่บริหารประเทศโดยรัฐบาลขิงแก่ ใช้เงินงบประมาณต่อสู้ค่าเงินบาทแข็ง ประมาณ 1 แสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย เงินตอบแทนองค์กรต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาต่าง ๆ กกต. คตส. ฯลฯ คิดเป็นเงินเท่าไหร่ ที่กล่าวมาเป็นเงินภาษีของประชาชนชาวไทยตาดำ ๆ ทั้งนั้น สงสารพวกเขาเถิด
- หนึ่งเฒ่าในกกต. ก็อีกคน ผมยอมรับในความซื่อสัตย์ยึดหมั่นในกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 แต่ในความซื่อสัตย์นั้นท่านอาจผิดพลาดได้ใครจะรู้ เพราะท่านยึดมั่นในหลักฐานพยานตัดสิน พยานหลักฐานที่ท่านได้รับ ท่านได้จากกกต.จังหวัด ถ้ามีการกลั่นแกล้งกันหล่ะจะทำอย่างไรให้ใบแดงไปแล้ว ถ้าเป็นกรรมการบริหารพรรคถึงขั้นยุบพรรค ท่านอ้างว่าไม่ได้จบที่กกต. แต่ไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินตามพยานหลักฐานที่กกต.เสนอไปมิใช่หรือ สมมติว่าผิดแล้วถูกยุบพรรค แต่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ตัวอย่างเคยมีกรณีเชอรี่แอน และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็กรณีตำรวจยัดยาบ้าผู้ต้องหา และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ขอโทษที่ถ้าไม่ใช่ท่าน) บอกว่าขณะนี้นักโทษที่ถูกตัดสินจำคุกประมาณ 7 - 8 พันคน คือผู้บริสุทธิ์ ใครรับผิดชอบคนเหล่านั้น ก็เพราะตัดสินตามพยานหลักฐานจริงไหมหล่ะท่าน
- เฒ่าประสงค์ ฯ ถ้าปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ก็ควรยุติบทบาทได้แล้วครับ อยู่ให้คนสรรเสริญดีกว่าให้ลูกหลานสาปแช่ง หรือแค้นนี้ฝังลึกยากจะถอน ตายเมื่อไหร่ค่อยเลิกกันอย่างนั้นหรือ ส่วนอีกเฒ่าหนึ่ง ประธานที่ปรึกษาพรรคเช่นกัน ออกมาโจมตีพรรคการเมืองอื่นเขา หาว่าถ้าบริสุทธิ์จริงมิได้ทำผิด ไม่ซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงไม่ต้องกลัว ที่คนเขากลัวนั้นเพราะกกต.จังหวัดเป็นคนที่ภายใต้การกำกับดูแลของคมช.ใช่ไหมครับท่าน แต่งตั้งโดยคมช.อีกต่างหาก ตัวอย่างมีให้เห็น ทุกวันนี้เพชรบูรณ์เงินล้านกว่าบาท คดีหลุดอย่าปาฏิหาริย์ ถ้าเป็นพรรคอื่นเรียบร้อยโรงเรียนกกต.ไปแล้ว และเป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคเก่าแก่ลงเลือกตั้งภายใต้เจตนารมย์ของคมช. ที่ต้องการให้เป็นรัฐบาล คมช.มัดมือมัดเท้าพรรคอื่นให้ชกอยู่ข้างเดียวแต่ไม่ชนะ ถ้าทำตัวอยู่อย่างนี้คงเป็นฝ่ายค้านถาวรชัวร์!! อยากเป็นรัฐบาล พยายามคิดค้นนโยบายที่โดนใจชาวบ้าน และเป็นรัฐบาลชัวร์เช่นกัน !
- สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 101 คน และคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน แต่งตั้งโดยคมช. ใช่หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าคุณยอมรับเผด็จการและร่าง ฯ ภายใต้การชี้นำของคมช.ใช่ไหม
- การลงประชามติรับร่าง ฯ มีประชาชนได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้และศึกษาข้อดี - ข้อเสียกี่คน อย่ามองลงไปที่ประชาชนเลย แม้แต่ข้าราชการเองก็มีไม่กี่คน หรือข้าราชการจะเถียง?
- การรณรงค์รับร่าง ฯ ส่วนราชการทุกส่วนทุ่มเทอย่างเต็มที่โดยเฉพาะคมช. ได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับทำการปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์อย่างเต็มความสามารถ ถ้าพื้นที่ใดผลออกมาสีแดง ผู้บังคับหน่วยจะต้องรับผิดชอบ ช่วงนั้นผู้บังคับหน่วยเกิดอาการผวากันทั่วหน้า
- รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตรา 309 ได้รับการวิพากษ์จากนักนิติศาสตร์อย่างก้างขวางโดยกล่าวว่าคงต้องไปเขียนตำราใหม่ แล้วจะไปสอนลูกศิษย์อย่างไรเพราะมันขัดหลักสากล (ห้ามอ้างว่านี่ประเทศไทยเพราะรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับแรกเกิดจากนักเรียนนอกร้อนวิชา โดยเฉพาะคณะราษฎร์ที่ทำการปฏิวัติ 2475)
- ประชาชนส่วนใหญ่ที่รับร่างเพราะต้องการให้เผด็จการจากไปโดยเร็ว แล้วค่อยมาแก้ไขกันภายหลังหรือคุณประสงค์ สุ่นศิริ จะเถียง!! ทุกวันนี้นักการเมืองต้องการแก้ไข ฯ ประชาชนต้องการแก้ไข ฯ ใช้ไปซักระยะต้องแก้ไขอย่างแน่นอน ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีทำไมประชาชนทุกภาคส่วนประสานเสียงต้องการแก้ไข
- ถ้าตัวผมเป็นคุณประสงค์ สุ่นศิริ ผมต้องแทรกแผ่นดินหนี คงไม่ต้องมาปรากฏตัวต่อสาธารณะเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มีคุณเป็นประธานคณะกรรมการยกร่าง ฯ (อย่างอ้าง 14 ล้านเสียง ถ้าเป็นฉบับที่ดีประชาชนทุกภาคส่วนคงไม่ประสานเสียงแก้ไข)
อย่าลืมว่าวันก่อนรัฐมนตรีเงาบอกให้รัฐมนตรีจริงไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ต้องกลัวตาย ถ้าตายจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ รัฐมนตรีเฉลิม ฯ น่าจะชวนรัฐมนตรีเงา สุเทพ ฯ ไปด้วยเพื่อเป็นเกราะป้องกัน เพราะเป็นพื้นที่อิทธิพลของรัฐมนตรีเงาสุเทพ ฯ คงไม่มีใครคิดปองร้าย พันเปอร์เซนต์ !! รัฐมนตรีเฉลิม ฯ ครั้งต่อไปอย่าลืมนะครับ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 ที่รัฐสภา คุณสุเทพ ฯ ตั้งคำถาม ถามนายกรัฐมนตรีว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใครรับผิดชอบระหว่าง นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านนายก ฯ ตอบว่า “ตัวท่านเอง” ไม่เข้าใจว่าทำไมถามอย่างนั้น เพราะหลักการบังคับบัญชา “ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดและชอบในภารกิจที่สำเร็จหรือล้มเหลว ” ไม่ใช่รับแต่ชอบ ไม่ยอมรับผิด ตามหลักการนี้ นายก ฯ รับผิดชอบปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้พันเปอร์เซ็นต์ !
แต่นักการเมืองบ้านเราส่วนมากจะไม่รับผิดชอบ เพราะมีข้าราชการเป็นผู้รับผิดแทน จริงมะ หรือนักการเมืองท่านใดจะเถียง ?
พันธมิตรต้องการอะไรแน่ ?
- คุณต้องการล้มระบอบทักษิณ (ไม่มีในระบอบการเมืองการปกครองประเทศไทย) คุณได้มีการชุมนุมจนบรรลุผลสำเร็จ นำไปสู่การปฏิวัติฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ประชาชนภาคภูมิใจ ทำให้อดีตนายกทักษิณต้องพำนักอยู่ต่างประเทศปีกว่า หลังจากการปฏิวัตินำมาสู่รัฐบาลที่อยู่ภายใต้การกำกับของคมช. ช่วงนั้นคุณเห็นอยู่ว่าทำให้ประเทศไทยถอยหลัง การพัฒนาทุกด้านแทบจะหยุดชะงัก กลไกในการปกครองประเทศช่วงนั้นคมช.เป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น ไม่ว่าสนช. องค์กรอิสระต่าง ๆ มุ่งทำลายบุคคลคนเดียว คุณสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แสดงว่าเห็นด้วยกับคมช.อย่างเต็มที่
- พรรคไทยรักไทย ถูกยุบไปกรรมการของพรรค 110 คน ถูกเว้นวรรค 5 ปี อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ได้รวมตัวตั้งพรรคใหม่ ภายใต้ชื่อ “พรรคพลังประชาชน” บางกลุ่มไปตั้งพรรคใหม่เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัฌชิมา เป็นต้น เจตนารมณ์ของหัวหน้าคมช. ต้องการสลายพรรคไทยรักไทย ต้องการให้พรรคฝ่ายตรงข้ามไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลตามแผนบันได 4 ขั้น ซึ่งก็คงเป็นไปตามที่พันธมิตรต้องการมิใช่หรือ
- หลังการเลือกตั้งเมื่อ 23 ธันวาคม 2550 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 พรรคพลังประชาชน ฝ่าด่านอรหันต์ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นรัฐบาลผสม ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่การบริหารประเทศ (ถ้าพรรคพลังประชาชนไม่ถูกอำนาจรัฐสกัดกั้น คงได้คะแนนอย่างถ่วมท้น สามารถจัดตั้งรัฐบาลเดียวได้) อันนี้ใช่หรือไม่ที่พวกคุณไม่พอใจ
- อดีตนายกทักษิณกลับประเทศ เพื่อมาสู้คดีต่าง ๆ ที่คตส. ชี้มูลความผิด พันธมิตรเห็นด้วยมิใช่หรือ ให้อดีตนายกทักษิณมาต่อสู้ตามขบวนการยุติธรรม แต่พอมีการโยกย้าย ข้าราชการบางคนที่แต่งตั้งโดยคมช. และคืนความชอบธรรมแก่ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม พวกคุณเริ่มเคลื่อนไหว เริ่มโจมตีว่าการโยกย้ายเพื่อเปิดทางให้อดีตนายกทักษิณต่อสู้คดีง่ายขึ้น เกรงว่าเช่นนี้มิเป็นการดูหมิ่นดูแคลนกระบวนการยุติธรรมหรือ อดีตนายกทักษิณจะถูกจะผิดควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน พวกคุณอย่าตัดสินเองเลย
ที่กล่าวมาทั้งหมดมิใช่ความต้องการของพันธมิตรหรอกหรือ (ยกเว้นข้อ 3 เพราะเป็นความต้องการของประชาชนไม่ใช่ของพันธมิตร) แล้วพันธมิตรต้องการอะไรกันแน่ จะไม่ยอมรับฉันทานุมัติของประชาชนบ้างเลยหรือไร
นั้นถูกต้อง แต่ไม่ถูกทั้งหมด คุณอภิสิทธิ์ ฯ ลืมหรือแกล้งลืม เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาของคนทั้งชาติ ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น คุณอภิสิทธิ์ ฯ มีส่วนร่วมด้วยในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่าลืมสิว่า พื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดเป็นพื้นที่อิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์เพราะมีสส.มากที่สุด เกือบเหมาหมดทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทั่วไปจริงไหม
อยากเรียนถามคุณอภิสิทธิ์ดังนี้
- ปัญหาการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องแก้ปัญหา ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านไม่สมควรก้าวก่ายอย่างนั้นเหรอ ข้อเท็จจริง สส.ของพื้นที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพราะประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ จะโดดเดี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้เผชิญชะตากรรมโดยไม่ใส่ใจที่จะร่วมมืออย่างจริงจังกับรัฐบาลในการแก้ปัญหาเพราะเท่าที่ผ่านมามันส่อเจตนาเช่นนั้น
- สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จะไม่ทราบเลยหรือว่ากลุ่มก่อการร้ายเป็นกลุ่มไหมบ้างโดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. สจ. สส. (รู้แต่ธุระไม่ใช่ หรือปากว่าตาขยิบ ระวังกรรมจะตามสนอง เพราะแสวงผลประโยชน์ทางการเมืองจากความทุกข์ทรมาณของประชาชน)
- สส.พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ลงพื้นที่เพื่อเยียวยาประชาชนร่วมกับรัฐบาลหรือ ลงไปพบประชาชนเฉพาะหน้าเลือกตั้งเท่านั้น
- อยากเห็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างพร้อมเพรียงเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่คงยากใช่ไหม แต่ถ้าทำได้ประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญ

การปลุกระดมลัทธิภาคนิยม ?การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงใหญ่
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า“ พันธมิตร ต้องการล้มระบอบทักษิน ที่รักของ ภาคอีสาน ภาคเหนือ และ ภาคกลาง บางกลุ่ม และเป็นที่น่ารังเกียจของภาคใต้ อยากให้ทุกคนพร้อมกันไปล้มระบอบทักษิณอีกรอบ ยินดีต้องรับนักรบศรีวิชัย พันธมิตรลุ่มน้ำปากพนังจะรวมกันล้มผู้ชักใย และระบอบหุ่นเชิด” [ แหล่งที่มา :- หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน อังคารที่ 18 มีนาคม 2551 หน้า 3 คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์ ]การกล่าวเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะ
- นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ และพูดในที่ประชุมพรรค พรรคต้องรับผิดชอบหรือไม่ การพูดลักษณะเช่นนี้ เป็นการพูดเพื่อแบ่งภาคมิใช่หรือ
- ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางบางกลุ่ม ที่ให้การสนับสนุนอดีตพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน เพราะมีความศรัทธาในนโยบายของพรรคดังกล่าวมิใช่หรือ นายสมเกียรติ จะคิดแทนประชาชนเหล่านี้หรือ
- การที่พรรคประชาธิปัตย์ เปิดไฟเขียวให้นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์รวมชุมนุมกับพันธมิตร โดยกล่าวอ้างว่า เป็นเรื่องส่วนตัว (น่าจะเข้ากรณี เอาม้าไปแลกกับขุนใช่หรือไม่)
- “ระบอบทักษิณในประเทศไทย ไม่มีมิใช่หรือ” มาตรา 2 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกล่าวว่า ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตราไหนบอกว่ามีระบอบทักษิณ
- การเคลื่อนของนายสมเกียรติรวมกับพันธมิตร เป็นการบั่นทอนการบริหารประเทศ , การพัฒนาประเทศและความเจริญก้าวหน้าของประเทศหยุดชะงักใช่หรือไม่
- พรรคไหนเคยจ้างคนไปตะโกนในโรงหนังว่านาย "..." ลอบปลงพระชนม์
- พรรคไหน ?? เวลาหาเสียงบอกว่า สมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งพาคนไปตาย (สมัยหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป ทำให้พรรคนั้นเกือบสูญพันธุ์ ได้สส.เพียง 1 คน)
- พรรคไหนที่ไปดึงสมาชิกพรรคอื่นมาสนับสนุนจนได้เป็นรัฐบาล (เกิดกรณีงูเห่าหัวหน้าพรรคเป็นฝ่ายค้าน ลูกน้องเป็นรัฐมนตรี)
- พรรคไหนสนับสนุนมาตรา 7 ต้องการนายกพระราชทาน
- แม้ปัจจุบันยังเล่นการเมืองไม่หยุด (เอาม้าไปแลกขุน เพื่อเรียกร้องหาจริยธรรมของนักการเมือง) เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้า เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แสดงว่าดูถูกประชาชน
- พรรคไหนนโยบายสู้พรรคอื่นไม่ได้ พ่ายแพ้การเลือกตั้ง และกล่าวหาพรรคอื่นซึ่งได้รับชัยชนะว่าซื้อเสียง (เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคที่ได้รับชัยชนะ ประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายของพรรค แม้พรรคจะถูกสกัดทุกวิถีทางจากอำนาจรัฐ แต่ประชาชนศรัทธาจึงเทคะแนนให้และได้รับชัยชนะในที่สุด)
โอกาศหน้าค่อยมาพบกันใหม่










