สิ่งที่พันธมิตร ฯ ชอบอ้างเสมอเพื่อปลุกระดมประชาชน และชี้นำสังคม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังอ้างถึงระบอบทักษิณ กรวุฒิไม่เห็นด้วยกับการดึงสถาบันหลักของชาติมาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นของสูงที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า เถิดทูนไว้เหนือเกล้า การกล่าวอ้างโดยไม่มีเหตุอันควรระวังจะมีอันเป็นไปนะครับ สถาบันหลักดังกล่าวมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองโปรดอย่าได้อาจเอื้อมไปแตะต้องเด็ดขาด ส่วนอดีตนายก ทักษิณ ตัวท่านจะกลับมาสู่การเมืองทั้งที่ท่านได้ปฏิเสธไปแล้วก็ไม่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อลองไปดูผลการวิจัยในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับรายวัน อาทิตย์ ที่ 27 เม.ย. 2551 หน้า 11 บอกว่าผลวิจัยชี้ “ทักษิณ” ไม่มีผลต่อเลือกตั้ง ซึ่งแถลงโดยนายปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาคกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์มหาลัยธรรมศาสตร์ ที่พวกท่านได้จัดชุมนุม 2 ครั้ง ผลการวิจัยที่น่าสนใจพบว่า “การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ได้มีความขัดแย้งเรื่องพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ตามที่เข้าใจกัน” เพราะมีผู้ตอบว่า เลือกใครหรือไม่เลือกไม่เกี่ยวกับพันตำรวจโททักษิณ ร้อยละ 62.51 เลือกเพราะชอบพันตำรวจโททักษิณ ร้อยละ 19.64 เลือกเพราะไม่ชอบพันตำรวจโท ทักษิณ ร้อยละ 17.85 แสดงว่าพันตำรวจโททักษิณ ไม่มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งที่ผ่านมามากนัก แต่ที่มีผู้ตอบเพราะชอบพรรคและนโยบายพรรค ในแบบสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 66.09 และแบบแบ่งเขตที่เน้นเลือกคน ก็ยังเลือกเพราะพรรคร้อยละ 55.63 เห็นหรือยังครับพันธมิตร อดีตนายกไม่ได้มีอิทธิพลอะไร อย่ากลัวท่านอีกเลย และอย่าแอบอ้างท่านอีก พลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง เพราะประชาชนชอบนโยบายพรรคจริงไหมครับ แต่ที่ท่านออกมาชุมนุมเพราะขี้แพ้ชวนตี เลยพาลไปถึงรัฐบาลที่มาจากประชาชนเสียงข้างมากและกำลังแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดียิ่งขึ้น ท่านจะไม่ฟังประชาชนเสียงข้างมาก หรือจะให้คล้อยตามพวกท่านเสียงข้างน้อยอย่างนั้นหรือ ไม่ผิดหลักการในระบอบประชาธิปไตยด้วยหลักการเสียงข้างมากหรือครับ ......

กรวุฒิไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด สำหรับประเด็นนี้ แต่ต้องการชี้ให้เห็น รัฐบาลผสมขาดเสถียรภาพ ทำให้การบริหารประเทศตั้งอยู่บนความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจได้สนิทใจ มีการต่อรองสูง อาจถูกแทงข้างหลัง และหักหลังได้ง่าย อย่าลืมว่ามากพรรคมากความ หลากหลายนโยบาย การตัดสินใจบริหารประเทศยากเย็นแสนเข็ญต้องได้รับความเห็นชอบพรรคร่วมรัฐบาล การบริหารประเทศจึงจะเดินหน้าไปอย่างราบรื่น หากเป็นรัฐบาลพรรคเดียว นโยบายเดียวกัน การบริหารง่ายและราบรื่นจริงมั้ยครับ


สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรัฐธรรมนูญ เช่น กรณีไม่ให้ สส. ฟังมติพรรค การสังกัดพรรคการเมืองของสมาชิกพรรคใช้เวลาน้อยเกินไป ทำให้สมาชิกย้ายพรรคง่ายขึ้น ไม่พอใจพรรค หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรคด้วยกันสามารถย้ายพรรคได้ กลายเป็นสส.เร่ร่อนขายตัวไปเรื่อย ๆ ทำให้พรรคขาดเสถียรภาพเช่นกัน อีกกรณีหนึ่ง ที่มาของสว. เป็นสว.ลูกผสม จากการสรรหา 74 คน จากการเลือกตั้ง 76 คน แถมอีกกรณีหนึ่ง การ แบ่งเขต เลือกตั้ง ที่ สส. แบ่งเขต สส.สัดส่วนมั่วไปหมด ท่านผู้ชมไปลองอ่านดู ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 และพรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการคณะกรรมการเลือกตั้งจะเห็นเช่นเดียวกับกรวุฒิ นี้เป็นแค่ตัวอย่าง แค่น้ำจิ้มเท่านั้น กรวุฒิคิดว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 นั้น จงแก้ไปเถิดครับรัฐบาล แก้ให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศในอนาคต จึงอยากให้ สส. สอบตกช่วยสนับสนุน ถ้าไม่สนับสนุน จงอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้รัฐบาลทำงานไป แก้ไป คุณอย่าลงเลือกตั้งเลย เพราะเป็นฉบับที่คุณไม่สนับสนุน คุณสุวิทย์อย่าตีฝีปากเลยว่าไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของสภา” หรือคุณคิดว่าถ้าแก้ไขแล้วกลัวการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะ เหมือนท่านกกต.ท่านหนึ่งพูด จะทำให้คุณตกงานใช่มัยครับ

นายสุวิทย์ คุณกิติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมากล่าวรัฐบาลไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภา รัฐบาลควรแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน กรวุฒิเห็นด้วยกับคุณสุวิทย์ ฯ แต่คุณสุวิทย์ เป็นสส.สอบตกมิใช่หรือ ทำไมเสียงดังจัง ควรเสงี่ยมเจียมตัวบ้าง เค้าเชิญมาเป็นรองนายกนับว่าเป็นบุญแล้ว ถ้ากรวุฒิสอบตกแสดงว่าสอบตกแสดงว่าประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่ให้ความไว้วางใจ ควรยุติบทบาททางการเมืองสักระยะหนึ่ง ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง
กรวุฒิติดตามรัฐบาลมาตลอด ก็เห็นรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน พร้อมกับแก้ไขรัฐธรรมนูญไปพร้อมกัน ขอร้องเถิดครับมือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ หรือว่าท่านรองนายกออกมาพูดเพราะมีวาระซ่อนเร้นครับ

นั่งฟังวิทยุ คลื่น 100.5 เวลา 17.00 - 17.30 เมื่อ 22 เม.ย. 51 คุณเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 1 ท่านให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล มุมมองของท่านมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพื่อลบล้างความผิดของพรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ท่านบอกว่าถ้าแก้ไขหลังการถูกลงโทษจะเหมาะสมมากกว่า และท่านยังมองไปถึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประชาชนรับร่าง ถึง 14 ล้านเสียง จะทำอะไรให้คำนึงถึงเสียงประชาชนบ้าง กรวุฒิไม่อยากพูดถึง เพราะเคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับ 14 ล้านเสียง แต่เพื่อความเป็นธรรม สำหรับรัฐบาล ก็ต้องอ้างประชาชนเช่นกัน เพราะรัฐบาลมาจากประชาชนเสียงข้างมาก ย่อมมีสิทธิ์ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อลบล้างรัฐธรรมนูญเผด็จการ
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องกรุณาเปิดดู “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ที่ใช้สำหรับลงประชามติ เมื่อ 19 สิงหาคม 2550 จะพบรายละเอียดดังนี้ (เล่มสีเหลืองที่ส่งไปตามบ้านครับ)

  1. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 101 คน มีท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นรองประธาน คนที่ 1 ประธานคือท่าน นรนิติ เศรษฐบุตร
  2. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีทั้งหมด 35 คน มีคุณประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน
  3. ข้อสังเกต บุคคลในข้อที่ 1 มีชื่อซ้ำในข้อที่ 2 ถึง 22 คน ( จากทั้งหมด 35 คน ) เกินครึ่งหนึ่ง กรวุฒิ คิดว่าน่าจะแยกส่วนกัน คนคนเดียวอยู่คณะเดียวพอแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาว่า ชงเองกินเอง “หรือว่าท่านคือผู้รู้ในประเทศนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากท่าน ถึงได้เวียนไปอยู่เกือบทุกคณะ” โดยเฉพาะบางคนไปอยู่ที่กกต. ก็มี (ห้ามบอกว่า คมช. แต่งตั้ง จึงเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของท่าน )
  4. คุณเสรี สุวรรณภานนท์ คุณจะมาบงการ ประชาชนทั้งประเทศให้อยู่ภายใต้อาณัติพวกคุณแค่ร้อยกว่าคนนี้หรือ ประชาชนไม่ได้เป็น ทาสของพวกคุณนะ! จำใส่ใจไว้ดี พวกผมเป็นคนนะครับไม่ใช่แมว !??

  1. ข้ออ้างของหัวหน้าพรรคการเมือง ท่านกล่าวไว้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับรายวัน เสาร์ที่ 19 เมษายน 2551 หน้า 17 ดังนี้
    “ข้ออ้างที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการทำรัฐประหาร
    ไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นผมคิดว่าฟังไม่ขึ้น เพราะหากคิดเช่นนั้น
    สส.ทุกคนก็มาจากการทำรัฐประหารทั้งหมด เพราะมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน”
    ไม่ทราบว่าท่านคิดได้อย่างไร แสดงว่าท่านยอมรับการทำรัฐประหาร รวมทั้งสมาชิกพรรคของท่านทุกคน เชิญรับไปเถิด แต่ห้ามลากพรรคอื่นเขาล่ะ เพราะพรรคอื่นเค้าไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงประสานเสียงกันแก้ไข (หรือมีพรรคไหนไม่อยากแก้บ้าง บอกมาเลยครับ) กรวุฒิได้แต่ปลง ถ้าหัวหน้าพรรคการเมืองคิดได้แค่นี้ เราพวกเราประชาชนเจ้าของประเทศ จงจำพรรคนี้ไว้ให้ดี เลือกตั้งครั้งต่อไปคงเลือกง่ายขึ้น พวกเราคงไม่เลือกพรรคที่สนับสนุนการทำรัฐประหารใช่ไหมครับ

  2. สำหรับสว.ที่มาจากการสรรหา 74 ท่านนั้น จงยอมรับความจริงเถิดครับ เพราะท่านมาจากกรรมการสรรหาแค่ 7 คน ผิดกันราวฟ้ากับดินของสว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 76 ท่าน เพราะแต่ละท่านต้องออกแรงกาย แรงใจ ทุนทรัพย์ กว่าจะได้เป็นสว. นอกจากนั้นต้องผ่านด่านของ 5 อรหันต์ กกต. เลือดตาแถบกระเด็น หรือว่าท่านสว.สรรหา ว่าไม่จริงครับ

เอาอีกแล้ว พูดเรื่องการ ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง! ของท่านประธานที่ปรึกษาพรรคการเมืองพรรคหนึ่งในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก รายวันฉบับวันที่ 16 เม.ย. 2551 เขารู้กันถ้วนหน้า มีท่านอยู่คนเดียว ทำไขสือไม่ทราบจริงหรือครับท่านช่างทาสี อย่าลืมง่ายสิครับ พระเด็จพระคุณท่าน ลูกใคร ที่พูดว่า สมาชิกพรรคการเมืองของท่านทำเงินหล่นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 200 ล้านบาทในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อหลายปีก่อน รู้สึกสมาชิกท่านนั้นเป็นถึงด็อกเตอร์ ชื่อท่านเหมือนธง... ของประเทศไทย รองหัวหน้าพรรคของท่านประธานที่ปรึกษาออกมาพูดว่า พรรคของท่านถูกสั่งให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคเหมือนกัน แต่ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคของท่านเก่งและพรรคท่านไม่ได้ทำความผิดชี้แจงเหตุผลจนเข้าตาคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จึงรอดพ้นจากการถูกยุบพรรค ไม่เหมือนพรรคไทยรักไทย ชี้แจงอย่างไรไม่ทราบถูกยุบพรรค ผู้ที่ชี้แจงของพรรคไทยรักไทยเป็นด็อกเตอร์ทางกฎหมายทั้งนั้น เหตุผลไม่เข้าตาคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ บางท่านจบกม. จากฝรั่งเศส ยังแก้ต่างให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้ กรวุฒิขำกลิ้ง อุตส่าห์นั่งฟังคำวินิจฉัย คิดว่าจะรอด ถูกยุบพรรคหน้าตาเฉย ท่านรองหัวหน้าพรรคครับ ท่านจำได้ไหมประธานคมช.พูดถึงบันได 4 ขั้นที่จะทำลายพรรคไทยรักไทย และช่วยพรรคของท่านให้ได้เป็นรัฐบาล แต่พรรคของท่านยังเอาชนะพรรคพลังประชาชนไม่ได้ อย่าพูดอีกเลยนะครับท่าน รองหัวหน้าพรรคอายฟ้าดินเปล่า


การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 มองประหนึ่งปัญหาโลกแตก หาความพอดีไม่ได้ถ้าจูนแนวความคิดที่เห็นต่าง สู่จุดเดียวกันทุกอย่างก็ลงตัวเดินหน้าแก้ไขได้ แต่ที่เป็นปัญหาเพราะ


  1. บางท่านมองว่าควรใช้ไปสัก 1 ปี หากมีจุดบกพร่องค่อยแก้ไข ท่านที่พูดเช่นนี้พูดทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามีข้อบกพร่อง แต่ท่านอยากอยู่ในตำแหน่งนาน ๆ จริงมั้ยครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องแก้มาตราที่มาของสว. ด้วย ท่านกลัวว่าถ้า สว.มาจากการเลือกตั้งท่านอาจไม่ได้เป็นสว. ก็เป็นได้


  2. พรรคการเมืองบางพรรคคิดว่าขณะนี้พรรคได้เปรียบ จึงสรรหาวิธีการเตะถ่วงไปให้นานที่สุด หากพรรคอื่นมีอันเป็นไปต้องยุบพรรค ก็เตรียมช้อนสส.แพแตก หวังพลิกกลับมาเป็นรัฐบาล แต่คิดว่าคงไม่ง่ายเกินไปหรอกนะ กรวุฒิ เคยดักคอไว้แล้วห้ามรับสส. เหล่านี้เด็ดขาด ถ้ารับก็กลืนน้ำลายตนเอง ระวังจะถูกตราหน้า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” เพราะพรรคนี้เคยตราหน้าพรรคอื่นไว้ว่า “ถ้าสส.ของพรรคย้ายไปอยู่พรรคอื่น ก็จะโจมตีทันทีว่าสส.ถูกดูดไปบ้างละ สส.ถูกซื้อตัวไปบ้างล่ะ” และอย่าอ้างว่า “ถ้าย้ายมาอยู่พรรคตนเอง คือ ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน” จะเสียชื่อพรรคที่ได้รับการกล่าวขานว่า “เป็นสถาบันการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด” หมดนะครับ


  3. ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรก จนถึงฉบับปัจจุบัน เราจะมีรัฐบาลผสมเกือบทั้งหมด ยกเว้นฉบับปี 40 ที่มีรัฐบาลพรรคเดียว คือ พรรคไทยรักไทย สมัยอดีตนายกทักษิณเป็นรัฐบาลสมัยที่ 2 การที่มีรัฐบาลผสมทำให้การบริหารไม่ราบรื่นเกิดการต่อรองทางการเมือง ต่อรองผลประโยชน์สูง จนทำให้หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคกล่าวว่า “รัฐบาลผสมทำให้ไม่มีเสถียรภาพ” พอมีรัฐบาลพรรคเดียว หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคก็กล่าวว่า “เป็นเผด็จการทางรัฐสภา” ก็ไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคนั้นต้องการรัฐบาลแบบไหนกันแน่ สรุปให้ก็ได้พรรคของท่านเท่านั้นเป็นรัฐบาล จึงมีความชอบธรรม พรรคอื่นไม่มีความชอบธรรมใช่ไหมครับ หรือใครมีความเห็นต่าง เชิญแสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่กรวุฒิคิดว่า เหตุผลที่รัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในการนำมาบริหารประเทศ ส่วนจะเพื่อพรรค เพื่อพวกพ้องคงไม่ทันการเพราะขบวนการยุบพรรคตั้งธงไว้แล้วจริงมั้ยครับท่าน

  • ว่าจะไม่พูดถึงมวยคู่เอก ณ เวทีรัฐสภา ระหว่างเก่ง ดอนเมือง กับสมเกียรติ พันธมิตร ให้บังเอิญไปเจอข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับรายวัน วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551 หน้าที่ 11 ปชป. แจ้ง “การุน” หมิ่น “สมเกียรติ” จากการติดตามข่าวหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ ประโคมข่าวกันครึกโครม ใครผิดใครถูกก็ว่าไปตามหลักฐานแล้วกัน กรวุฒิคิดว่าเหตุที่เกิดมาจากขิงก็ราข่าแรง พูดถึงต้นทุนทางสังคมนำมาเปรียบเทียบมวยคู่นี้ ตามภาษามวย “กระดูกคนละเบอร์” ดังนี้
  • คุณสมเกียรติ ฯ แกนนำพันธมิตรเป็นถึงครูบาอาจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายและยังเป็นสส. บัญชีรายชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้นำเสนอ เพราะผลงานขับไล่ระบอบทักษิณจนนำไปสู่การปฏิวัติทำให้เผด็จการครองเมืองปีกว่า กระดูกมวยย่อมเป็นต่อ เก่ง ดอนเมือง แน่นอน
  • คุณการุน สส.พรรคพลังประชาชนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน ลงเล่นการเมืองระดับชาติก็เจอปัญญาวุฒิการศึกษา นอกจากนี้ยังมีข่าวเป็นขาใหญ่ดอนเมือง มีระดับ ขนาดกล้ามีปัญหากับตำรวจเรื่องจับบ่อนไก่ กระดูกมวยย่อมเป็นรองสมเกียรติ พันธมิตรแน่นอน จริงไหมครับท่านผู้ชม
  • สรุปแล้วต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน ถือทิฐิ ผมต้องเด่นต้องดีกว่าคุณ เลยเกิดเป็นมวยคู่เอก ของสภาอันทรงเกียรติ ถ้าทั้งสองท่าน ยับยั้งชั่งใจ คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้แน่นอน กรวุฒิอยากติเพื่อก่อเพียงแค่ ต่อไปทำอะไรคิดถึงสถานะของตนเองที่เป็นสส.ของสภาอันทรงเกียรติ เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ขอให้มวยเอกคู่นี้เป็นคู่สุดท้ายของสภาอันทรงเกียรติเถิดครับ (คู่แรกคงจำได้ เป็นคู่ระหว่างสว. )

  1. ตามที่โหรทำนายทายทักเรื่องการเมืองทุกวันนี้ โหรแต่ละท่านก็ว่าไปตามตำราที่ท่านได้ร่ำเรียนมาจากสำนักไหนก็ตาม ถูกบ้างผิดบ้างก็ว่ากันไป ถ้าถูกก็ได้เฮ ถ้าผิดล่ะ ... เซ็ง ! ก็หมอดูคู่กับหมอเดา ก็สบายใจไปอย่างอย่าได้ซีเรียสนะครับ

  2. โหน ก็คือโหนกระแส โหรทำนายไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ก็ทึกทักว่าโหรท่านเก่ง ทำนายแม่นยำ ทุกต้อง … ก็กระพือข่าวว่าโหรท่านนี้ทำนายแม่นเหมือนกับตาเห็น ? ปากต่อปากเหมือนไฟลามทุ่ง สุดท้ายท่านโหรก็ได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ ลูกศิษย์ลูกหามีทุกระดับ แม้แต่ระดับชาติก็ยังมีเลยจริงมะ ถ้าคนระดับนี้ยังเชื่อโหร ยอมเป็นลูกศิษย์ คิดแล้วประเทศไทยว้าเหว่จริงนะครับ ... แล้วท่านคิดเหมือนผมหรือเปล่าครับ

  1. การโยกย้ายข้าราชการเพื่อคืนความชอบทำให้กับข้าราชการที่ถูกโยกย้ายสมัยคมช. พิสูจน์ได้หรือยังว่ารัฐบาลสมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนครีทำถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ เพราะการโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขณะนี้ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถูกให้ออกราชการไว้ก่อนท่านโดนข้อกล่าวหาว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ท่านยังสามารถร้องศาลปกครองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านได้ พันธมิตรจะว่าอย่างไร? เห็นโจมตีรัฐบาลท่านนายกสมัคร สุนทรเวช ว่าการย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อต้องการฟื้นอาณาจักรตำรวจพันธมิตรทั้ง 5 และหนึ่งมหา จะตอบสังคมอย่างไร? … เชิญครับ ถ้าไม่ตอบคำถามต่อไป “อย่าว่าเองเออเอง สรุปเองนะครับ” เพราะประชาชนไม่เชื่อถือท่านอีกต่อไปแล้ว

  2. การที่พันธมิตรทั้งกับ 1 ท่านมหาออกมาเคลื่อนไหว และส่งเสียงคำรามอยู่คณะนี้ แสดงว่าต้องมีวาระซ่อนเร้นอย่างแน่นอน … ซ.ต.พ. (ซึ่งต้องพิสูจน์)

  1. พันธมิตรจะมีอิทธิพลเหนือจิตใจของคนทั้งประเทศจริงหรือ? ใครคิดว่ามีอิทธิพลจริง ! กรุณาช่วยตอบที โดยยกเหตุผลประกอบด้วย
  2. ขณะนี้พันธมิตรกำลังรณรงค์ปลุกระดมให้ประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ถ้าประชาชนออกมาชุมนุมจนสามารถขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จริงประชาชนส่วนหนึ่งคงยอมสิโรราบให้จริงไหม และยอมให้พันธมิตรปู้ยี่ปู้ยำประเทศได้ตามอำเภอใจ แต่ประชาชนส่วนใหญ่เจ้าของประเทศคงไม่ยอมใช่ไหมครับ หรือยอมเขาครับเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ !?
  3. การชุมนุมครั้งต่อไปของพันธมิตรจะเป็นการพิสูจน์ว่าพันธมิตรคือผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง ห้ามกระพริบตา



  1. พรรคการเมืองบางพรรคกลัวอดีตนายกทักษิณจะกลับมามีอำนาจอีกที กลัวนโยบายการทำงานของท่านอดีตนายกทักษิณ ถึงกับบอกว่านโยบายของท่านอดีตนายกทักษิณ คือ ระบอบทักษิณ ถ้าคิดว่านโยบาย หรือระบอบทักษิณไม่ดีต่อประเทศชาติ ทำไมพรรคของท่านไม่คิดหานโยบายดี ๆ ที่สามารถเอาชนะใจประชาชน? ถ้านโยบายของพรรคท่านเป็นนโยบายที่ดี สามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเศรษฐกิจที่ดี ประเทศชาติเจริญ ไม่มีปัญหาคอรัปชั่น รับรองว่าประชาชนต้องเลือกพรรคของท่านแน่นอน แต่ในอดีตพรรคของท่านบริหารประเทศมา 2 สมัย ทำอะไรให้ประชาชนประทับใจบ้าง ปัญหาคอรัปชั่นมีหรือเปล่าไม่ทราบ มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือเปล่าทราบ การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมหรือเปล่าไม่ทราบ แต่พรรคของท่านเคยยุบสภามีการลงมติหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กรณี สปก. 4 -01 ใช่หรือไม่

  2. จากการติดตามสถานการณ์มีบางกลุ่มคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวหาว่าแก้เพื่อหนีการถูกยุบพรรคบ้างล่ะ แก้เพื่อคนคนเดียวบ้างล่ะ ที่เค้าอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเกิดขึ้นในสภาวะที่ไม่ปกติก็ไม่ฟัง เมื่อไม่กี่วันมานี้อาจารย์คณิณ บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 กล่าวไว้ในรายการหนึ่งของสถานีโทรทัศน์ NBT ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ได้มาจากขบวนการที่ไม่ปกติตั้งแต่ต้น กล่าวคือ ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญปี 40 สมาชิกร่าง สสช. องค์กรอิสระ ฯลฯ มาจากการแต่งตั้งของคมช. ทั้งสิ้น!! กลุ่มของท่านจะไม่สำเนียกบ้างหรือกับเสียงของอาจารย์คณิณ ฯ ? ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านคิดว่ากลุ่มของท่านจะได้เปรียบทางการเมืองละซิ ฝันไปหรือเปล่าเพราะคนอีสาน คนเหนือ และคนภาคบางส่วนยังนิยมนโยบายของอดีตนายกทักษิณ

  3. พรรคการเมืองบางพรรคคาดหวังสูงเกินไปหรือเปล่า กล่าวคือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชชิมา ฯ คงคิดว่าสมาชิกพรรคเหล่านี้คงมีไปร่วมพรรคของท่านใช่หรือไม่ ถ้าท่านมีสปิริตจริงห้ามรับสส. เหล่านี้เข้าพรรคของท่านนะครับ โดยเฉพาะพรรคชาติไทยที่เคยร่วมบอยคอตการเลือกตั้งกับพรรคของท่าน ทำให้เกิดวิกฤตทางการเมือง และนำไปสู่การปฏิวัติ แต่ปัจจุบันร่วมรัฐบาลอยู่อย่าลืมง่ายนักล่ะ! เพราะพรรคเคยหักหลังพรรคของท่านโดยจะไปร่วมรัฐบาลพลังประชาชน แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะที่สมาชิกพรรคเหล่านี้จะไปร่วมกับพรรคของท่าน เพราะแต่ละพรรคได้ดำเนินการตั้งพรรคใหม่รองรับแล้ว ถ้ากรรมการบริหารพรรคถูกเว้นวรรค เค้าคงหากรรมการพรรคใหม่ได้ อย่าห่วงเลยนะครับ


  1. ยังจำได้ไหม รัฐบาลขิงแก่ยังรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 เสียงส่วนใหญ่ไม่อยากรับอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการบ้างล่ะ เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชนบ้างล่ะ ถ้าไม่รับจะมีผลเสียมากกว่า ให้รับไปเถิดค่อยมาแก้ไขทีหลัง - “หากไม่รับ ให้ คมช. ประชุมกับ ครม. เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จใน 30 วัน นับแต่วันออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบ” - ความตอนหนึ่งในมาตรา 32 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 รายละเอียดให้ไปอ่านในมาตรานี้แหละ (เพราะมาตรา 32 ใช่หรือไม่ ที่บีบบังคับให้ประชาชนไม่มีทางเลือก จึงต้องรับร่างไปก่อน พวกที่ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปอ่านดูซะดี ๆ อย่าลืมง่ายนัก

  2. การพิทักษ์นักการเมืองบางพรรคไม่อยากแก้ไข ฯ อ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เพราะพรรคนี้ชอบฉวยโอกาส ถ้าเขาสามารถแก้ไขได้สำเร็จก็จะเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ถ้าไม่สำเร็จจะคอยซ้ำเติม หรืออาจคิดว่าจะแก้ไขได้อย่างไร เพราะทางภาคใต้เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าแก้ไข ฯ กลัวจะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองจริงไหม ?

  3. นักวิชาการจากหลายสำนักประสานเสียงต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 จะไม่เป็นการสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการหรือครับ ช่วงที่เขาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นออกมาต่อต้าน วิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม หรือว่ากลุ่มนักวิชาการที่ต่อต้านการแก้ไขกับกลุ่มที่ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคนละกลุ่มกัน แล้วพวกเราประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะเชื่อใครละครับ พระเด็จพระคุณท่าน


  1. ประเทศไทยมี NGO คอยคัดค้านการพัฒนาประเทศของรัฐบาลมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องเขื่อน ไม่ว่าเขื่อนปากมูล เขื่อนแก่งเสือ เป็นต้น จะอ้างว่าทำให้ระบบนิเวศเสียหาย ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ทำให้ป่าอนุรักษ์เสียหายและอื่น ๆ อีกมากมายที่จะอ้าง การจะทำอะไรรัฐบาลต้องมีการศึกษาผลดีผลเสียก่อน ถ้าผลดีมากกว่าถึงจะลงมือทำ กรณีเขื่อนปากมูลที่คุ้นหน้าคุ้นตามีอยู่สองคน คนแรกเป็นแกนนำอยู่ที่บริเวณเขื่อนปากมูล คือ คุณนิตยา ฯ (หรือคุณมด) เสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง คนที่ 2 บริเวณเขื่อนราศีไศล คนนี้ชาวราศีไศลกำลังคิดถึง เป็นหนึ่งกลุ่มพันธมิตร


  2. ผลงานของ NGO วันนี้ คือ เมื่อ 2 มีนาคม 2551 ข่าวภาคเที่ยงของช่อง NBT (ช่อง 11 เดิม) รายงานข่าวการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคที่จังหวัดอุบลราชธานี ทางการต้องนำน้ำแจกจ่ายประชาชน ทางจังหวัดบุรีรัมย์ การเลี้ยงปลากระชังต้องหยุดชะงัก เพราะแม่น้ำมูลแห้งขอด เห็นหรือยังครับการเปิดเขื่อนไม่ยอมกักเก็บน้ำไว้ ถ้ากักเก็บน้ำไว้น้ำเต็มฝั่งตามเกณฑ์ที่เขื่อนกำหนดไว้ มีประโยชน์ต่อระบบชลประทาน ต่อระบบน้ำใต้ดิน และระบบน้ำผิวดิน ถามว่าขุดบ่อน้ำตื้นได้ง่ายเป็นผลดีต่อเกษตรกร การกักเก็บอาจกระทบต่อระบบนิเวศบ้างเป็นเรื่องปกติ เมื่อชั่งน้ำหนักดู ผลดีมากกว่าแน่นอน เพราะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรลุ่มแม่น้ำมูล ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เนื่องจะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคดังกล่าว "ทั้งคุณ NGO รวมทั้งคนที่เป็นหนึ่งในกลุ่มพันธมิตรกรุณาไปช่วยเหลือชาวบ้านด้วยนะครับ" ชาวบ้านจะขอบคุณเป็นอย่างสูง

......โอกาสหน้าจะเล่าเรื่องป่าดงนาทาม ......

  1. เห็นนักการเมืองออกมาโต้ตอบกัน เรื่องการถือครองที่ดินแล้ว รู้สึกสงสารประชาชนตาดำ ๆ จะหาที่ทำกินสักผืน บางคนไม่มีเลย ต้องเช่าที่เขาทำกิน เช่น เช่าที่นา เช่าไร่ปลูกพืช เป็นต้น ปีไหนฝนตกต้องตามฤดูกาล ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ผลิตผลได้ตามต้องการ ก็พอลืมตาอ้าปากได้ ปีไหนฝนตกน้อย ผลิตผลตกต่ำ สิ่งที่ตามมา รายได้จากผลิตผลไม่พอค่าเช่า นี่แหละคือทุกข์ของชาวนา ชาวไร่
  2. หันมามองนักการเมือง มีที่ดินทำกิน เป็นร้อยเป็นพันไร่แล้ว ทำไมช่องว่างมันห่างไกลกันเหลือเกิน ระหว่างนักการเมืองกับชาวไร่ ชาวนา ใครจะทำให้ช่องว่างเหล่านี้ใกล้เคียงกันบ้าง อาศัยนักการเมืองที่มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารประเทศในยุคนี้คงยาก คงชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ประชาชนตาดำ ๆ หาเช้ากินค่ำ ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็คง โง่ จน เจ็บ ต่อไป จริงไหมครับท่านการเมืองทั้งหลาย
  3. ที่สปก. 4-01 ที่เป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ไม่ทราบว่าตกถึงมือประชาชนกี่รายกันแน่ครับ หรือผันไปอยู่ที่นักการเมือง และนายทุนหมดแล้ว อยากให้ผู้ที่รับผิดชอบ เปิดเผยตัวเลขให้สังคมได้รับทราบว่า ไปอยู่กับนักการเมือง , นายทุนกี่ราย และประชาชนกี่ราย อยากให้รัฐมนตรีมหาดไทย ช่วยตรวจสอบที่สปก. 4-01 ด้วยครับ นอกเหนือจากที่สาธารณะที่นักการเมืองถือครองอยู่ จะเป็นพระคุณยิ่ง

  1. พันธมิตร ฯ ควรปล่อยให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบริหารประเทศต่อไป เพราะได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน อย่าชุมนุมสร้างความวุ่นวายอีกต่อไป เพราะประเทศชาติไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของพันธมิตร ถ้ายังเคลื่อนไหวอยู่อย่างนี้ จะทำให้ประเทศชาติขาดความเชื่อถือจากนักลงทุน ฯ เขาจะย้ายฐานการลงทุนไปสู่ที่อื่นหมดแล้ว ประเทศชาติจะเหลืออะไรอีกต่อไป

  2. พันธมิตร ฯ บางคน ประธานที่ปรึกษาพรรคสนับสนุนให้เคลื่อนไหวได้เพราะอดีตเคยเป็นพันธมิตร ฯ แม้จะเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมสามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมาทำให้นำไปสู่การปฏิวัติ แสดงว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้หวังผลให้นำไปสู่การปฏิวัติอีกใช่หรือไม่??? แทนที่ประธานที่ปรึกษาพรรคและหัวหน้าพรรคจะยับยั้งกลับส่งเสริมซะนี่ จะไม่เป็นการสนับสนุนการปฏิวัติ (และเผด็จการ) หรือครับ

  3. พันธมิตรบางคน / เลขากรป. ก็อีกคนทำอะไรไว้ที่บ้านเกิด อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกต ชาวราศีไศลเขาคิดถึง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง โดยขาดน้ำอุปโภคบริโภค ได้ดิบได้ดีขี่รถยุโรป อย่าลืมบ้านเกิดเด้อ

  1. นายยุทธพงค์ จรัสเสถียร ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรถดับเพลิง / เรือดับเพลิง ซึ่งมีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. เป็นประธานอนุกรรมการ ฯ นายยุทธพงค์ จรัสเสถียร ยืนยันคำให้การที่เคยให้ไว้ต่อ DHI และกล่าวว่าเป็นผู้ร้องเรียนเป็นคนแรกเพราะเห็นความผิดปกติของสัญญา และท้วงติงตลอดเวลา นายยุทธพงค์ ฯ กล่าวว่านายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าในขณะนั้นลงนามในสัญญา เมื่อ 21 ส.ค. 47 แต่สัญญายังไม่สมบูรณ์ เพราะเงื่อไขข้อ 9.1 ระบุว่าสัญญาจะเกิดขึ้นหรือไม่อยู่ที่ LC ถ้าไม่เปิด LC สัญญาก็ไม่สมบูรณ์

  2. เมื่อต้นกันยา 47 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าและเปิด LC เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 48 ทั้งที่ผู้บริหารพรรคขอให้ยับยั้งไว้ก่อน แสดงว่านายอภิรักษ์ ฯ เปิด LC โดยพละการอย่างนั้นสิ !! เป็นไปได้หรือ เพราะนายอภิรักษ์ เป็นถึงรองหัวหน้าพรรค

  3. นายนาม ยิ้มแย้ม ยันยัน นอนยันว่า นายอภิรักษ์ ผู้ว่า ฯ ไม่ผิด แม้ได้เปิด LC แล้วก็ตาม แต่ได้กลับลำชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์จนทำให้นายอภิรักษ์แสดงสปิริต ยุติบทบาทผู้ว่า ฯ เขียนใบลาพักร้อน 30 วัน โดยไม่บอกเหตุผล แต่ออกมาแถลงข่าวร่วมเกี่ยวกับนายอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ชื่นชมนายอภิรักษ์ ในการแสดงสปิริตครั้งนี้ จนมีคำถามตามมาว่า “เอาม้าไปแลกกับขุนหรือเปล่า” มาจนถึงขณะนี้แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะยังดึงดันต่อไปอีกหรือครับ? ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งตัดสินดีกว่า !!




ข้อมูลหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับรายวัน ศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2551 หน้า 19 (เด็กปชป.ชี้คดีรถดับเพลิง / เรือดับเพลิง ทุจริตชัด)




  1. พันธมิตรควรอ่านและนำไปพิจารณาซะดี ๆ เพราะพวกคุณมีส่วนอยู่ในสถานนั้นด้วยเช่นกัน พวกคุณทำให้สถานการณ์ สุกงอม นำไปสู่การปฏิวัติ ห้ามปฏิเสธนะครับ เพราะประชาชนไม่เชื่อพวกคุณอีกต่อไป

  2. ท่านอดีตประธานคมช. พูดชัดเจน ถ้าไม่ปฏิวัติ จะเกิดการนองเลือด เพราะประชาชนทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน แต่ถ้าท่านฉุกคิดนึกถึงกรรมการห้ามมวย ถ้ากรรมการบอก “ชก!” นักมวยจะชกกัน ถ้ากรรมการบอก “แยก!” นักมวยจะแยกจากกัน ถ้าบอก “หยุด!” นักมวยหยุดชกกัน การสกัดกั้นประชาชนไม่ให้มาร่วมชุมนุมท่านสามารถทำได้แต่ไม่ทำ ท่านเลือกใช้วิธีปฏิวัติ เพราะท่านอาจมีวาระซ่อนเร้น ดั่งคำพูดของท่าน “ถ้าย้อนอดีตได้จะไม่ให้ พล.อ. สุรยุทธ ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะเป็นเสียเอง” ชัดเจนไหม ?? พวกพันธมิตรท่านทำเพราะตัวท่านเองแต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ไม่ใช่เพื่อพวกคุณ

  3. ข้อพิสูจน์ที่ท่านสามารถสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนมาชุมนุม ช่วงที่นปก.ชุมนุมต่อต้านเผด็จการ ท่านสกัดกั้นประชาชนไม่ให้มาชุมนุมที่ท้องสนามหลวงร่วมกับนปก.โดยสั่งให้ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านตรวจทุกเส้นทางที่มุ่งสู่กรุงเทพ ฯ จริงไหมครับท่าน ??? ทำไมท่านทำได้ล่ะ

  4. ในหนังสือ “ลับ ลวง พราง ปฏิวัติปราสาททราย” เป็นคำตอบสุดท้ายที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 49 , รัฐธรรมนูยปี 50 , องค์กรต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยคมช. น่าจะขาดความชอบธรรม โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับ 14 ล้านเสียง ท่านต้องมองด้วยความเป็นธรรม ในช่วงที่ลงประชามติ “รับร่าง” “ไม่รับร่าง” ประชาชนมีสิทธิ์ลงมติ 45 ล้านเสียง (ถ้าผิดขออภัยด้วย) รับร่าง 14 ล้านเสียง , ไม่รับ 10 ล้านเสียง รวม 24 ล้านเสียงอาจอยู่เฉย ๆ ไม่ลงคะแนน (พลังเงียบ) 21 ล้านเสียง

สรุป


  1. รับร่าง 14 ล้านเสียง

  2. ไม่รับ 10 ล้านเสียง

  3. พลังเงียบ / อยู่เฉย 21 ล้านเสียง

  4. ข้อ 2 + ข้อ 3 เท่ากับ 31 ล้านเสียง จริงไหมครับ ห้ามกล่างถึงอีกต่อไป

  1. พรรคที่ได้เสียงข้างมากเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ขาดความชอบธรรม และพรรคไหนล่ะที่มีความชอบธรรม อย่าอ้างว่าพรรคที่ได้เสียงข้างมากเพราะชื่อเสียง เพราะการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นของคู่กันกับการเลือกตั้งทุกระดับของการเมืองไทย จนพูดกันติดปาก “เงินไม่มากาไม่เป็น” คนไม่ขายเสียงขออภัยไว้นะที่นี้ด้วย
  2. รัฐธรรมนูญบางฉบับเปิดโอกาสให้คนนอกเป็นนายก ฯ ได้ แต่ถูกต่อต้านจนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และเกิดวีระบุรุษประชาธิปไตยทั้งที่วีระบุรุษประชาธิปไตย ไปเชิญคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันนายก ฯ มาจากการเลือกตั้ง แต่มีมือที่มองไม่เห็นมองว่าขาดความชอบธรรม พยายามทุกวิถีทางเพื่อกำจัด สับสนจริง ๆ
  3. สับสนมากที่สุด องค์กรที่เกิดขึ้นช่วงปฏิวัติ มีความชอบธรรมทั้งๆที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย และขาดโอกาสแข่งขันในเวทีโลก การปฏิวัติครั้งนั้นได้รับความชื่นชมจากประชาชนกลุ่มหนึ่งที่นิยมเผด็จการ และสนับสนุนการปฏิวัติ อย่าลืมว่าการปฏิวัติใช้กับประเทศที่เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน และการปฏิวัติถ้าชนะคือถูกต้องแต่ถ้าแพ้คือกบฏ
  4. มือที่มองไม่เห็นและคอยซ้ำเติมประเทศไทย ควรยุติได้แล้วครับ กรรมมีจริงนะครับไม่ต้องรอชาติหน้า จะสนองทันทีในชาตินี้ เรียกว่า “กรรมติดจรวด”

  1. คนมีสี 3 คน คนแรกสีขาว , อีกคนสีดำ , คนที่ 3 สองสี พลตรีสนั่นครับอยากรู้ว่าใคร หรือใครรู้ช่วยบอกที ถ้าสั่งการอยู่เบื้องหลังจริงควรยุติได้แล้ว สงสารประเทศไทยและประชาชน ถ้าเริ่มต้นใหม่เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง ที่ผ่านมาประเทศสูญเสียงบประมาณไปเท่าไหร่ คร่าว ๆ นะ ปฏิวัติใช้เงินประมาณ 2 - 3 พันล้าน ลงประชามติประมาณ 2 พันล้านบาท เลือกตั้งสส.ประมาณ 2 พันล้าน เลือกตั้งสว.ประมาณ 2 พันล้าน ช่วงที่บริหารประเทศโดยรัฐบาลขิงแก่ ใช้เงินงบประมาณต่อสู้ค่าเงินบาทแข็ง ประมาณ 1 แสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย เงินตอบแทนองค์กรต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาต่าง ๆ กกต. คตส. ฯลฯ คิดเป็นเงินเท่าไหร่ ที่กล่าวมาเป็นเงินภาษีของประชาชนชาวไทยตาดำ ๆ ทั้งนั้น สงสารพวกเขาเถิด
  2. หนึ่งเฒ่าในกกต. ก็อีกคน ผมยอมรับในความซื่อสัตย์ยึดหมั่นในกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 แต่ในความซื่อสัตย์นั้นท่านอาจผิดพลาดได้ใครจะรู้ เพราะท่านยึดมั่นในหลักฐานพยานตัดสิน พยานหลักฐานที่ท่านได้รับ ท่านได้จากกกต.จังหวัด ถ้ามีการกลั่นแกล้งกันหล่ะจะทำอย่างไรให้ใบแดงไปแล้ว ถ้าเป็นกรรมการบริหารพรรคถึงขั้นยุบพรรค ท่านอ้างว่าไม่ได้จบที่กกต. แต่ไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินตามพยานหลักฐานที่กกต.เสนอไปมิใช่หรือ สมมติว่าผิดแล้วถูกยุบพรรค แต่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ตัวอย่างเคยมีกรณีเชอรี่แอน และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็กรณีตำรวจยัดยาบ้าผู้ต้องหา และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ขอโทษที่ถ้าไม่ใช่ท่าน) บอกว่าขณะนี้นักโทษที่ถูกตัดสินจำคุกประมาณ 7 - 8 พันคน คือผู้บริสุทธิ์ ใครรับผิดชอบคนเหล่านั้น ก็เพราะตัดสินตามพยานหลักฐานจริงไหมหล่ะท่าน
  3. เฒ่าประสงค์ ฯ ถ้าปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ก็ควรยุติบทบาทได้แล้วครับ อยู่ให้คนสรรเสริญดีกว่าให้ลูกหลานสาปแช่ง หรือแค้นนี้ฝังลึกยากจะถอน ตายเมื่อไหร่ค่อยเลิกกันอย่างนั้นหรือ ส่วนอีกเฒ่าหนึ่ง ประธานที่ปรึกษาพรรคเช่นกัน ออกมาโจมตีพรรคการเมืองอื่นเขา หาว่าถ้าบริสุทธิ์จริงมิได้ทำผิด ไม่ซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงไม่ต้องกลัว ที่คนเขากลัวนั้นเพราะกกต.จังหวัดเป็นคนที่ภายใต้การกำกับดูแลของคมช.ใช่ไหมครับท่าน แต่งตั้งโดยคมช.อีกต่างหาก ตัวอย่างมีให้เห็น ทุกวันนี้เพชรบูรณ์เงินล้านกว่าบาท คดีหลุดอย่าปาฏิหาริย์ ถ้าเป็นพรรคอื่นเรียบร้อยโรงเรียนกกต.ไปแล้ว และเป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคเก่าแก่ลงเลือกตั้งภายใต้เจตนารมย์ของคมช. ที่ต้องการให้เป็นรัฐบาล คมช.มัดมือมัดเท้าพรรคอื่นให้ชกอยู่ข้างเดียวแต่ไม่ชนะ ถ้าทำตัวอยู่อย่างนี้คงเป็นฝ่ายค้านถาวรชัวร์!! อยากเป็นรัฐบาล พยายามคิดค้นนโยบายที่โดนใจชาวบ้าน และเป็นรัฐบาลชัวร์เช่นกัน !



วันนี้เห็นคุณประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญออกมาสัมภาษณ์โจมตีนายกรัฐมนตรี ทำให้นึกถึงการลงประชามติรับร่าง ฯ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ผลการลงประชามติเห็นชอบ 14 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบประมาณ 10 ล้านเสียง ทำให้คุณประสงค์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง อยากเรียนถามคุณประสงค์ดังนี้


  1. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 101 คน และคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน แต่งตั้งโดยคมช. ใช่หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าคุณยอมรับเผด็จการและร่าง ฯ ภายใต้การชี้นำของคมช.ใช่ไหม

  2. การลงประชามติรับร่าง ฯ มีประชาชนได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้และศึกษาข้อดี - ข้อเสียกี่คน อย่ามองลงไปที่ประชาชนเลย แม้แต่ข้าราชการเองก็มีไม่กี่คน หรือข้าราชการจะเถียง?

  3. การรณรงค์รับร่าง ฯ ส่วนราชการทุกส่วนทุ่มเทอย่างเต็มที่โดยเฉพาะคมช. ได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับทำการปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์อย่างเต็มความสามารถ ถ้าพื้นที่ใดผลออกมาสีแดง ผู้บังคับหน่วยจะต้องรับผิดชอบ ช่วงนั้นผู้บังคับหน่วยเกิดอาการผวากันทั่วหน้า

  4. รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตรา 309 ได้รับการวิพากษ์จากนักนิติศาสตร์อย่างก้างขวางโดยกล่าวว่าคงต้องไปเขียนตำราใหม่ แล้วจะไปสอนลูกศิษย์อย่างไรเพราะมันขัดหลักสากล (ห้ามอ้างว่านี่ประเทศไทยเพราะรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับแรกเกิดจากนักเรียนนอกร้อนวิชา โดยเฉพาะคณะราษฎร์ที่ทำการปฏิวัติ 2475)

  5. ประชาชนส่วนใหญ่ที่รับร่างเพราะต้องการให้เผด็จการจากไปโดยเร็ว แล้วค่อยมาแก้ไขกันภายหลังหรือคุณประสงค์ สุ่นศิริ จะเถียง!! ทุกวันนี้นักการเมืองต้องการแก้ไข ฯ ประชาชนต้องการแก้ไข ฯ ใช้ไปซักระยะต้องแก้ไขอย่างแน่นอน ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีทำไมประชาชนทุกภาคส่วนประสานเสียงต้องการแก้ไข

  6. ถ้าตัวผมเป็นคุณประสงค์ สุ่นศิริ ผมต้องแทรกแผ่นดินหนี คงไม่ต้องมาปรากฏตัวต่อสาธารณะเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มีคุณเป็นประธานคณะกรรมการยกร่าง ฯ (อย่างอ้าง 14 ล้านเสียง ถ้าเป็นฉบับที่ดีประชาชนทุกภาคส่วนคงไม่ประสานเสียงแก้ไข)




วันก่อนรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ. ดร. เฉลิม อยู่บำรุงเดินทางไปรับฟังสถานการณ์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (แต่ไร้เงารัฐมนตรีเงา กระทรวงมหาดไทย คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ???) ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เฉลิม ฯ ได้เดินทางไปพบ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความยินดีที่ได้รับโปรดเกล้า ฯ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน และขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านจะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา วันที่รัฐมนตรีเฉลิม ฯ ไปวันนั้นทำไมไม่ชวนรัฐมนตรีเงาไปด้วย ถ้าไปด้วยกันนภาพออกมาจะเป็นที่ชี่นชมของคนทั้งประเทศ เป็นมิติใหม่ของการเมืองไทยว่า ต่อแต่นี้ไปช่วงเลือกตั้งก็ต่อสู้ด้วยนโยบายกันเต็มที่ หลังเลือกตั้งก็เลิกแล้วต่อกัน ต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด โดยยอมรับฉันทานุมัติของประชาชน


อย่าลืมว่าวันก่อนรัฐมนตรีเงาบอกให้รัฐมนตรีจริงไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ต้องกลัวตาย ถ้าตายจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ รัฐมนตรีเฉลิม ฯ น่าจะชวนรัฐมนตรีเงา สุเทพ ฯ ไปด้วยเพื่อเป็นเกราะป้องกัน เพราะเป็นพื้นที่อิทธิพลของรัฐมนตรีเงาสุเทพ ฯ คงไม่มีใครคิดปองร้าย พันเปอร์เซนต์ !! รัฐมนตรีเฉลิม ฯ ครั้งต่อไปอย่าลืมนะครับ


เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 ที่รัฐสภา คุณสุเทพ ฯ ตั้งคำถาม ถามนายกรัฐมนตรีว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใครรับผิดชอบระหว่าง นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านนายก ฯ ตอบว่า “ตัวท่านเอง” ไม่เข้าใจว่าทำไมถามอย่างนั้น เพราะหลักการบังคับบัญชา “ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดและชอบในภารกิจที่สำเร็จหรือล้มเหลว ” ไม่ใช่รับแต่ชอบ ไม่ยอมรับผิด ตามหลักการนี้ นายก ฯ รับผิดชอบปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้พันเปอร์เซ็นต์ !


แต่นักการเมืองบ้านเราส่วนมากจะไม่รับผิดชอบ เพราะมีข้าราชการเป็นผู้รับผิดแทน จริงมะ หรือนักการเมืองท่านใดจะเถียง ?

พันธมิตรต้องการอะไรแน่ ?

  1. คุณต้องการล้มระบอบทักษิณ (ไม่มีในระบอบการเมืองการปกครองประเทศไทย) คุณได้มีการชุมนุมจนบรรลุผลสำเร็จ นำไปสู่การปฏิวัติฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ประชาชนภาคภูมิใจ ทำให้อดีตนายกทักษิณต้องพำนักอยู่ต่างประเทศปีกว่า หลังจากการปฏิวัตินำมาสู่รัฐบาลที่อยู่ภายใต้การกำกับของคมช. ช่วงนั้นคุณเห็นอยู่ว่าทำให้ประเทศไทยถอยหลัง การพัฒนาทุกด้านแทบจะหยุดชะงัก กลไกในการปกครองประเทศช่วงนั้นคมช.เป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น ไม่ว่าสนช. องค์กรอิสระต่าง ๆ มุ่งทำลายบุคคลคนเดียว คุณสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แสดงว่าเห็นด้วยกับคมช.อย่างเต็มที่
  2. พรรคไทยรักไทย ถูกยุบไปกรรมการของพรรค 110 คน ถูกเว้นวรรค 5 ปี อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ได้รวมตัวตั้งพรรคใหม่ ภายใต้ชื่อ “พรรคพลังประชาชน” บางกลุ่มไปตั้งพรรคใหม่เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัฌชิมา เป็นต้น เจตนารมณ์ของหัวหน้าคมช. ต้องการสลายพรรคไทยรักไทย ต้องการให้พรรคฝ่ายตรงข้ามไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลตามแผนบันได 4 ขั้น ซึ่งก็คงเป็นไปตามที่พันธมิตรต้องการมิใช่หรือ
  3. หลังการเลือกตั้งเมื่อ 23 ธันวาคม 2550 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 พรรคพลังประชาชน ฝ่าด่านอรหันต์ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นรัฐบาลผสม ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่การบริหารประเทศ (ถ้าพรรคพลังประชาชนไม่ถูกอำนาจรัฐสกัดกั้น คงได้คะแนนอย่างถ่วมท้น สามารถจัดตั้งรัฐบาลเดียวได้) อันนี้ใช่หรือไม่ที่พวกคุณไม่พอใจ
  4. อดีตนายกทักษิณกลับประเทศ เพื่อมาสู้คดีต่าง ๆ ที่คตส. ชี้มูลความผิด พันธมิตรเห็นด้วยมิใช่หรือ ให้อดีตนายกทักษิณมาต่อสู้ตามขบวนการยุติธรรม แต่พอมีการโยกย้าย ข้าราชการบางคนที่แต่งตั้งโดยคมช. และคืนความชอบธรรมแก่ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม พวกคุณเริ่มเคลื่อนไหว เริ่มโจมตีว่าการโยกย้ายเพื่อเปิดทางให้อดีตนายกทักษิณต่อสู้คดีง่ายขึ้น เกรงว่าเช่นนี้มิเป็นการดูหมิ่นดูแคลนกระบวนการยุติธรรมหรือ อดีตนายกทักษิณจะถูกจะผิดควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน พวกคุณอย่าตัดสินเองเลย

    ที่กล่าวมาทั้งหมดมิใช่ความต้องการของพันธมิตรหรอกหรือ (ยกเว้นข้อ 3 เพราะเป็นความต้องการของประชาชนไม่ใช่ของพันธมิตร) แล้วพันธมิตรต้องการอะไรกันแน่ จะไม่ยอมรับฉันทานุมัติของประชาชนบ้างเลยหรือไร



นายอภิสิทธิ์ ฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โจมตีรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ว่าให้สนใจปัญหาภาคใต้ดีกว่าสนใจปัญหาผู้ว่ากรุงเทพมหานคร การกล่าวเช่น
นั้นถูกต้อง แต่ไม่ถูกทั้งหมด คุณอภิสิทธิ์ ฯ ลืมหรือแกล้งลืม เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาของคนทั้งชาติ ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น คุณอภิสิทธิ์ ฯ มีส่วนร่วมด้วยในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่าลืมสิว่า พื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดเป็นพื้นที่อิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์เพราะมีสส.มากที่สุด เกือบเหมาหมดทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทั่วไปจริงไหม

อยากเรียนถามคุณอภิสิทธิ์ดังนี้


  1. ปัญหาการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องแก้ปัญหา ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านไม่สมควรก้าวก่ายอย่างนั้นเหรอ ข้อเท็จจริง สส.ของพื้นที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพราะประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ จะโดดเดี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้เผชิญชะตากรรมโดยไม่ใส่ใจที่จะร่วมมืออย่างจริงจังกับรัฐบาลในการแก้ปัญหาเพราะเท่าที่ผ่านมามันส่อเจตนาเช่นนั้น

  2. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จะไม่ทราบเลยหรือว่ากลุ่มก่อการร้ายเป็นกลุ่มไหมบ้างโดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. สจ. สส. (รู้แต่ธุระไม่ใช่ หรือปากว่าตาขยิบ ระวังกรรมจะตามสนอง เพราะแสวงผลประโยชน์ทางการเมืองจากความทุกข์ทรมาณของประชาชน)

  3. สส.พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ลงพื้นที่เพื่อเยียวยาประชาชนร่วมกับรัฐบาลหรือ ลงไปพบประชาชนเฉพาะหน้าเลือกตั้งเท่านั้น

  4. อยากเห็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างพร้อมเพรียงเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่คงยากใช่ไหม แต่ถ้าทำได้ประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญ



การปลุกระดมลัทธิภาคนิยม ?การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงใหญ่

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า“ พันธมิตร ต้องการล้มระบอบทักษิน ที่รักของ ภาคอีสาน ภาคเหนือ และ ภาคกลาง บางกลุ่ม และเป็นที่น่ารังเกียจของภาคใต้ อยากให้ทุกคนพร้อมกันไปล้มระบอบทักษิณอีกรอบ ยินดีต้องรับนักรบศรีวิชัย พันธมิตรลุ่มน้ำปากพนังจะรวมกันล้มผู้ชักใย และระบอบหุ่นเชิด” [ แหล่งที่มา :- หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน อังคารที่ 18 มีนาคม 2551 หน้า 3 คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์ ]การกล่าวเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะ


  1. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ และพูดในที่ประชุมพรรค พรรคต้องรับผิดชอบหรือไม่ การพูดลักษณะเช่นนี้ เป็นการพูดเพื่อแบ่งภาคมิใช่หรือ

  2. ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางบางกลุ่ม ที่ให้การสนับสนุนอดีตพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน เพราะมีความศรัทธาในนโยบายของพรรคดังกล่าวมิใช่หรือ นายสมเกียรติ จะคิดแทนประชาชนเหล่านี้หรือ

  3. การที่พรรคประชาธิปัตย์ เปิดไฟเขียวให้นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์รวมชุมนุมกับพันธมิตร โดยกล่าวอ้างว่า เป็นเรื่องส่วนตัว (น่าจะเข้ากรณี เอาม้าไปแลกกับขุนใช่หรือไม่)

  4. “ระบอบทักษิณในประเทศไทย ไม่มีมิใช่หรือ” มาตรา 2 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกล่าวว่า ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตราไหนบอกว่ามีระบอบทักษิณ

  5. การเคลื่อนของนายสมเกียรติรวมกับพันธมิตร เป็นการบั่นทอนการบริหารประเทศ , การพัฒนาประเทศและความเจริญก้าวหน้าของประเทศหยุดชะงักใช่หรือไม่

  1. พรรคไหนเคยจ้างคนไปตะโกนในโรงหนังว่านาย "..." ลอบปลงพระชนม์



  2. พรรคไหน ?? เวลาหาเสียงบอกว่า สมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งพาคนไปตาย (สมัยหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป ทำให้พรรคนั้นเกือบสูญพันธุ์ ได้สส.เพียง 1 คน)



  3. พรรคไหนที่ไปดึงสมาชิกพรรคอื่นมาสนับสนุนจนได้เป็นรัฐบาล (เกิดกรณีงูเห่าหัวหน้าพรรคเป็นฝ่ายค้าน ลูกน้องเป็นรัฐมนตรี)



  4. พรรคไหนสนับสนุนมาตรา 7 ต้องการนายกพระราชทาน



  5. แม้ปัจจุบันยังเล่นการเมืองไม่หยุด (เอาม้าไปแลกขุน เพื่อเรียกร้องหาจริยธรรมของนักการเมือง) เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้า เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แสดงว่าดูถูกประชาชน



  6. พรรคไหนนโยบายสู้พรรคอื่นไม่ได้ พ่ายแพ้การเลือกตั้ง และกล่าวหาพรรคอื่นซึ่งได้รับชัยชนะว่าซื้อเสียง (เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคที่ได้รับชัยชนะ ประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายของพรรค แม้พรรคจะถูกสกัดทุกวิถีทางจากอำนาจรัฐ แต่ประชาชนศรัทธาจึงเทคะแนนให้และได้รับชัยชนะในที่สุด)






โอกาศหน้าค่อยมาพบกันใหม่



สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)