เห็นฤทธิ์เดชพรรคเก่าแก่หรือยัง ช่วงที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 บอกว่าให้รับไปก่อนค่อยแก้ทีหลัง ถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 เดี๋ยวคมช.จะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้ก็ได้ และกลัวว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง มาวันนี้นายอภิสิทธิ์บอกว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วสามารถแก้ปัญหาความแตกแยกได้หรือไม่ พูดมาได้อย่างไร นี่หรือภาวะผู้นำของประเทศต้นตอความแตกแยกคือเป็นนายกไม่ชอบธรรม ถูกอุ้มเป็นนายกโดยสีเขียว พอเป็นแล้วสร้างความแตกแยก ความอยุติธรรมได้ทุกวัน

ฟังการอภิปรายของสองสภายิ่งแบไต๋ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสส.พรรคเก่าแก่บอกว่าแก้แล้วความสมาณฉันท์เกิดขึ้นได้จริงหรือ ถอดแบบมาจากลูกพี่เด๊ะเลย บางคนบอกว่าเราไม่เสียเขาพระวิหารเพราะมาตรา 190 โง่หรือแกล้งโง่ไม่ทราบ ปี 2505 ตัดสินแล้ว พูดเป็นเด็กขายของไปได้ บางคนหยิบยกคำกล่าวของอดีตนายกสฤษดิ์ที่กล่าวว่า "สักวันหนึ่งจะเอาเขาพระวิหารจากกัมพูชา" นี่ยิ่งโง่หนักเข้าไปอีก แบไต๋จะจะ จะไม่แก้บางมาตราแต่จะตั้งสสร. 3 เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็แปลว่าซื้อเวลาออกไปอีกหนึ่งปีขึ้น เพื่อพลาญงบประมาณ แต่เชื่อเถิดไม่มีใครเขาให้โอกาส แปดเก้าเดือนเกินพอแล้ว จริงไม่จริงถามประชาชนดูสิ อย่าถามลิ่วล้อนะพวกนั้นแหลทั้งนั้น

การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยใน 19 ก.ย. 52 จับตาดูให้ดีว่าท่านเทพเทือกพร้อมรับผิดชอบและจะสั่งการเป็นรายลักษณ์อักษร ที่เทพเทือกพูดเช่นนี้แสดงว่าสงกรานต์ไม่ได้สั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรแต่สั่งเป็นคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ไปทั่วประเทศจริงมะ อย่าได้เชื่อคำพูดของเทพเทือกมากนักเพราะที่ผ่านมานักการเมืองมักลอยนวลยกเว้นกรณี 7 ต.ค. 51 ที่ปปช.ชี้มูลโดนทั้งนายก, รองนายก, ผบ.ตร., และผบช.น. ที่โดนเพราะเป็นเกมการเมือง แต่รัฐบาลก็เพื่อศัตรูขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน  19 ก.ย. 52 อยากให้คนเสื้อแดงหาข้อมูลให้ดีว่าหน่วยทหารที่ใช้ตามพรบ.ความมั่นคง ฯ เป็นทหารหน่วยเดียวกันกับที่ใช้สลายการชุมนุมเมื่อสงกรานต์เลือดหรือไม่ ถ้าเป็นหน่วยเดียวกัน ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยก็เป็นได้ กรวุฒิมองให้แง่ดีบทเรียนวันสงกรานต์เลือดคงทำให้ทหารหน่วยนี้ฉุกคิดได้ว่า ทำไมต้องทำร้ายประชาชนมือเปล่า ? การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่ต้องเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน ถ้ายังทำให้ซ้ำรอยสงกรานต์เลือดแสดงว่าทหารหน่วยนี้จงใจเป็นศัตรูของประชาชนทั้งประเทศ และจะได้รับการตอบโต้อย่างสาสมแน่นอน อย่าลืมประชาชนเขาจับตาดูอยู่ ในอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารต้องหนีออกนอกประเทศเพราะประชาชนขับไล่ อย่าลืมทหารเมื่อถอดเครื่องแบบก็คือประชาชนคนหนึ่ง และอย่าได้ทำร้ายประชาชนอีกเลย เตือนด้วยความหวังดี

เอ่ยถึงพลเอกพญา พหล พลพยุหเสนา น้อยคนไม่รู้จัก ท่านคืออดีตหัวหน้าคณะราษฎร์ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อ 24 มิ.ย. 2475 ทำไมกรวุฒิจึงเรียกท่านเป็นทหารนักประชาธิปไตย เพราะท่านต้องการนำระบอบประชาธิปไตยมอบให้แก่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง โดยท่านไม่ยึดติดตำแหน่งและแสวงหาผลประโยชน์ กล่าวคือ

1. เมื่อปฏิวัติสามารถยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จจึงประกาศตัวเป็นผู้รักษาพระนครชั่วคราว จากนั้นได้แต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้น 70 คน ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย และเปิดประชุมสภาครั้งแรกเมื่อ 28 มิ.ย. 2475 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นอันสิ้นสุดของหัวหน้าคณะผู้รักษาพระนคร โดยยึดอำนาจอยู่เพียงสี่วันแล้วมอบอำนาจคืนให้แก่ประชาชน ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2475 ก็ได้รับพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก ปัจจุบันถือวันที่ 10 ธันวาคมเป็นวันรัฐธรรมนูญ
2. เกิดปัญญาโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติซึ่งนาย ปรีดีย์ พนมยงค์ เป็นผู้ร่างถูกโจมตีว่าเป็นโครงการของคอมมิวนิสต์ ท่านจึงยึดอำนาจคืนเมื่อ 20 มิ.ย. 2476 พญา มโนปกรณ์ นิติฐาดา นายกรัฐมนตรีได้ลาออก เมื่อ 27 มิ.ย. 2476 ได้มีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 22 มิ.ย. 2476 ท่านได้แถลงต่อสภาถึงสาเหตุการยึดอำนาจคืน ส่วนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีท่านกล่าวว่า ท่านเป็นนักการทหารไม่สันทัดในการปกครองแผ่นดิน เมื่อมีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าแล้วจะรับหน้าที่นี้เพียงสิบถึงสิบห้าวันเท่านั้นและได้กราบบังคมถูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงยับยั้งการลาออกและโปรดเกล้าให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ท่านเป็นนายกถึงห้าครั้งด้วยกันแต่ท่านเป็นคนสันโดษ เมื่อถึงแก่อสัญกรรมแล้วก็ไม่มีทรัพย์สินเงินทองหรือบ้านพักที่อยู่อาศัยเป็นคฤหาสน์ ผิดกับนักการเมืองปัจจุบันรวยเอ้ารวยเอา
3. ฝากขุนทหารทั้งหลายคิดให้จงหนักถ้าจะปฏิวัติ เพราะที่ผ่านมาหัวหน้าคณะปฏิวัติร่ำรวยมหาศาล พอน้ำลดตอผุดแม้แต่ครั้งสุดท้ายก็เห็นกันอยู่ (คิดเล่น ๆ ถ้าจะทำแบบอย่างพญาพหล พลพยุหเสนา น่าสนใจนะครับ แต่ถ้าทำไม่มีแผ่นดินอยู่ เพราะมันคนละยุคคนละสมัย อย่าโทษกรวุฒิ เพราะกรวุฒิพูดเล่นจริง ๆ)

เดินทางไปที่อำเภอท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อ 12 ก.ย. 52 เพื่อบันทึกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ และมอบนโยบายในโครงการประกันราคาผลิตผลทางการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ใช้สนธิกำลังค้มกันประมาณหมื่นกว่านาย มากกว่าที่บุรีรัมเสียอีกทั้งที่ชาวบ้านและเกษตรกรที่มาร่วมงานประมาณสามร้อยคนเท่านั้น การไปครั้งนี้โดนทั้งปลาร้า อึ ปลา เสียเหลี่ยมนายกรัฐมนตรีหมด การใช้กำลังคุ้มกันขนาดนี้ที่หลังไม่ต้องไปเพราะนอกจากเสียงบประมาณแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับกำลังพลที่ไปอารักษ์ขา ทางที่ดีเกาะโพเดียม เสี้ยมให้ทะเลาะ ปาทากฐาตัดริบบิ้น ออกรายการวิทยุโทรทัศน์ที่กรุงเทพพอแล้ว เหตุการณ์เกิดกับนายกหลายครั้งหลายหนต่างกรรมต่างวาระ เช่น โดนปาอึที่อุบล โดนทำร้ายที่พัทยา และที่กระทรวงมหาดไทย ครั้งสุดท้ายที่ลพบุรี แสดงว่าประชาชนไม่ชอบท่านนายกจริง ๆ อาจเป็นไปได้ที่ท่านนายกชอบดูทุกประชาชนกรณีพูดว่า "นายจักรภพ เพ็ญแข มีไพร่อุปถัมภ์" คำพูดนี้มันบาดลึกลงไปในส่วนลึกของหัวใจไพร่ (ประชาชน) และเป็นคำพูดที่ตรึงใจประชาชนมิรู้ลืมทั้งที่ตัวนายกก็คือมนุษย์ขี้เหม็น เขี่ยวเข็ญเทวดา เหมือนกัน เลิกดูถูกคนรากหญ้าเสียที ต่อไปเขาอาจไม่ปาที่รถนะครับ เขาอาจปาที่หน้าก็เป็นได้

อีกกรณีหนึ่งคือคลิปเจ้าปัญหาที่ประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างเชื่อว่านายกสั่งใช้ความรุนแรงสลายม็อบสงกรานต์เลือด และที่สำคัญคือความอยุติธรรมที่เกิดจากรัฐบาลชุดนี้ มองไปข้างหน้าอนาคตประเทศไทยว้าเหว่จริง ๆ ทางที่ดี คืนอำนาจให้ประชาชนเจ้าของประเทศ เริ่มนับหนึ่งใหม่ กรวุฒิคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้

ระเบิดทุกครั้งที่เกิดในกรุงเทพไม่สามารถจับผู้ต้องหาได้เลย ท่านผู้ชมคงจำได้ หลายท่านอาจตั้งข้อสังเกตุมันเป็นระเบิดเพื่อต้องการข่มขู่ , มันเป็นระเบิดเพื่อเอาชีวิตหรือเป็นระเบิดการเมือง จากกระแสน่าจะเป็นระเบิดการเมืองมากกว่า ถ้าต้องการชีวิตจริง ๆ ต้องกระทำเมื่อจังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะมีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่เว้นแต่ละวัน อำนาจรัฐเสื่อมถอยเพราะไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สักวันหนึ่งอาจลามเข้าสู่กรุงเทพก็เป็นได้ ก็ขอภาวนาอย่าให้เกิดขึ้นเลย ถ้าเกิดในใจกลางกรุงเทพแน่นอนกรุงเทพจะกลายเป็นแดนวิกสัญญีทันที ที่กรวุฒิตั้งข้อสังเกตว่าเป็นระเบิดการเมืองจะหยิบยกตัวอย่างกรณีเกิดเหตุระเบิดในกรุงเทพและไม่สามารถจับผู้ต้องหาได้เช่น

1. เกิดระเบิดทั่วกรุงหลายสิบจุดเทศกาลปีใหม่ 2550
2. เกิดระเบิดที่สันติอโศก ถนนนวมินทร์
3. เกิดระเบิดที่บ้านหน้าแหลมฝันดำ (น.ต.ประสงค์ ฯ)
4. เกิดระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก
5. เกิดระเบิดที่บ้านหลังเก่านายวิชา มหาคุณ กรรมการปปช.เมื่อวันก่อน

ที่กล่าวข้างต้นวิญญูชนพิจารณาไตร่ตรองดู อาจคล้อยตามที่กรวุฒิตั้งข้อสังเกตุก็เป็นได้ ยิ่งชัดเจนกรณีที่บ้านนายวิชา มหาคุณ รู้ทั้งรู้ว่าบ้านนี้ขายไปแล้ว ทำไมต้องมาสร้างสถานการณ์ตรงนี้ ที่อยู่ใหม่บ้านหลังใหม่ของนายวิชา มหาคุณ ไม่รู้จริง ๆ หรือ ถ้าต้องการสร้างสถานการณ์การเมืองที่แยบยลจริง ต้องบ้านหลังใหม่ ที่อยู่ใหม่ของนายวิชา มหาคุณ น่าเนียนกว่าครับ จริง ๆ นะครับท่านผู้ชม

เล่นกันแรงพอสมควรแต่แค่สั่งสอน ทีหลังอย่าทำความอยุติธรรม เขาสกิดเตือนให้รู้บ้างก็เท่านั้นเอง ที่จริงถ้าเขาต้องการปลิดชีพเขาไม่ต้องทำเอิกเหริกหรอกครับ แค่ปืนเก็บเสียงติดกล้องกระดิกนิ้วชี้ก็กลับไปหายมทูติแล้วครับ ในอดีตเคเนดี้อดีตประธานาธิบดีสหรัฐการรักษาความปลอดภัยถือว่าชั้นยอด กระสุนยังเจาะกระโหลกเลยครับ กรวุฒิคิดว่าถ้าคุณตั้งมั่นยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรมและความยุติธรรม ไม่มีใครคิดปองร้ายคุณหรอก แต่พฤติกรรมขณะนี้พวกคุณเลวร้ายลงทุกวัน ทำลายฝ่ายตรงข้ามจนเขาไม่มีที่ยืน หลังพิงฝาหาความยุติธรรมไม่ได้ จึงจำเป็นต้องตอบโต้บ้างเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของตนเอง ครั้งนี้แค่เตือนแต่ถ้ายังไม่หยุดสร้างความอยุติธรรมเขาจะรวมพลังทุกรูปแบบต่อสู้กับพวกคุณแบบตาต่อตาฟันต่อฟันไม่เชื่อคอยดู

ถามปปช.ตรง ๆ คุณชี้มูลความผิดสี่ท่าน คุณพิจารณาข้อมูลรอบด้านหรือยัง คุณอย่าลืมนะครับปปช.ทั้งเก้าคน ใครบ้างคุณสมบัติไม่ครบถ้วน เช่น บางคนไปรับเป็นอาจารย์สอนหนังสือ บางคนคนใกล้ตัวถือหุ้นแล้วมาชี้มูลความผิดคนอื่นได้อย่างไร กรณีสลายการชุมนุมเมื่อ 7 ต.ค. 51 ของพันธมิตร พวกคุณพิสูจน์หรือยังว่าคนบาดเจ็บเพราะแก็สน้ำตา คนตายเพราะแก็สน้ำตา พฤติกรรมวันที่ 7 ต.ค. 51 ของพันธมิตรทำไมพวกคุณไม่นำมาพิจารณาประกอบเพื่อชี้มูลความผิด รายละเอียดดังนี้

1. ปิดล้อมรัฐสภาไม่ให้นายกและคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อบริหารประเทศ
2. ในวันนั้นสส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมฟังแถลงนโยบายของรัฐบาลเพราะเหตุใด
3. มีการตัดน้ำตัดไฟรัฐสภาเพื่อไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย รัฐสภาต้องใช้ไฟสำรองใช่ไม่ใช่
4. การที่กลุ่มพันธมิตรตะโกนว่า "ฆ่ามัน ๆ" พฤติกรรมนี้ทำไมพวกคุณไม่นำมาประกอบการพิจารณา
5. การยิงเจ้าหน้าที่ การขับรถชนเจ้าหน้าที่ ของพันธมิตร ทำไมไม่นำมาประกอบการพิจารณา
6. การตายของพันตำรวจโท เมธี ชาติมนตรี คารถเชอโรกี ไม่ใช่ตายเพราะการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตายเพราะระเบิดของตนเองใช่ไม่ใช่
7. การตายของน้องโบว์ เพราะระเบิดฝ่ายเดียวกันมิใช่หรือ
8. การที่มีผู้บาดเจ็บมากมายไม่ใช่แต่แก็สน้ำตา แต่บาดเจ็บเพราะระเบิดปิงปองฝ่ายเดียวกัน ใช่ไม่ใช่

ประชาชนไม่ได้โง่เพราะเขาติดตามข่าวนี้ตลอด และรู้เรื่องดีกว่าพวกคุณเสียอีก พอพวกคุณชี้มูลความผิดอย่างนี้ ชาวรากหญ้าบอกว่าเอาอีกแล้ว แล้วไม่ให้มีที่ยืนสำหรับชาวรากหญ้าหรืออย่างไร น่าคิดนะครับ

เป็นนายกมาแปดเก้าเดือนแล้ว ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันอะไรบ้าง เห็นมีแต่ไล่ล่าคู่อริทางการเมือง ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของนายกคนนี้ อย่างว่า ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกเพราะอาศัยแรงผลักดันจากเทพอสูรหาใช่เทพเจ้าไม่ ถ้าเป็นเทพเจ้า...คงเป็นที่รักของประชาชน ไปไหนมาไหนคงไม่ต้องใช้กำลังอารักษ์ขามากมายขนาดนี้ ในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจ จงไปเสียเถิดอย่าให้ประชาชนต้องออกแรงขับไล่เลย

ภาระกิจของนายกคนนี้ แปดเก้าเดือนที่ผ่านมากรวุฒิสรุปได้ดังนี้

1. เสี้ยมให้ทะเลาะ (ไม่รู้กี่สี)
2. เกาะโพเดี้ยม (วัน ๆ แถลงข่าวเป็นดาราหน้าจอ)
3. เยี่ยมหน่วยงาน (ยกเว้นราษฎรชาวรากหญ้า)
4. พลาญงบ (ทุกงบมีค่าคอมมิชชั่น)
5. คบศักดินา (ชนชั้นสูง แต่พวกนี้ก็ กิน ขี้ ปี้ นอน ไม่ใช่เทวดามาจากไหน)
6. ปาฐกฐา (เปิดงานตัดริบบิ้น)
7. หาเรื่องข้าราชการ (แทบทุกกระทรวง ทบวง กรม)
8. พาลไปทุกเรื่อง (ประเภทหมาบ้า แม้ในสภาหมายังเผ่นผล่าน)

จริงไม่จริงวิญญูชนไตร่ตรองดูสิครับ แต่ถ้าไปถามชาวรากหญ้าเขารู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วสำหรับนายกคนนี้ ยิ่งคลิปเจ้าหาลองถามชาวรากหญ้าดูสิ เขาแฮปปี้หรือสาปแช่งกันแน่

และแล้วปปช.ก็ชี้มูลความผิดจนได้ กรณีสลายม็อบเสื้อเหลืองเมื่อ 7 ต.ค. 51 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งที่ผู้บาดเจ็บบางส่วนเกิดจากการกระทำของตนเองเพราะผกพาระเบิดปิงปอง ส่วนคนตายสองคนเกิดจากการกระทำของตนเองคือพันตำรวจโทเมธี ชาติมนตรี ตายคารถจี๊บเชอโรกี ที่บันทุกระเบิดมา หวังฆ่าคนอื่น ส่วนน้องโบว์ก็ตายเพราะระเบิด(ของใครถามพันธมิตรดู) หาใช่เกิดจากแก็สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ไม่ แต่เจตนาต้องการชี้มูลความผิดพลตร.อ. พัชรวาส วงศ์สุวรรณ เปิดทางสะดวกให้นายกแต่งตั้งผบ.ตร.ตามที่ตัวเองต้องการใช่หรือไม่ ความต้องการของนายกอภิสิทธิ์เพื่อแต่งตั้งเป็นผบ.ตร. คือ พลตร.เอกประทีป ตัญประเสริฐ ตามใบสั่งของพันธมิตรต้องการให้พลตร.เอกประทีป ฯ มาคุมคดีของพวกเขาใช่ไม่ใช่ เพราะพวกนี้เคยต่อรองให้พลตร.เอกฐานี สมบูรณ์ทรัพย์ มาคุมคดีแป๊ะลิ้ม ซึ่งพลตร.เอกท่านนี้เป็นเพื่อนของแป๊ะลิ้มสมัยที่เรียนที่อัสสัมชัญศรีราชา

แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว งานนี้สมประโยชน์กันระหว่างประชาธิปัตย์กับพันธมิตร แต่ผู้เสียหายคือ องค์กรตำรวจเละตุ้มเป๊ะ และองค์กรนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร เพราะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนยอมอยู่ใต้อุ้งตีนของนักการเมือง มันน่าสมเพชสิ้นดี

หลายหน่วยงานฟันธงว่าคลิปสั่งการนายกสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อเมษาเลือดเป็นการตัดต่อ แม้แต่คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ฟังคลิปแล้วก็บอกว่าเป็นการตัดต่อนายกอภิสิทธิ์ยืนยันในสภาว่าเป็นการนำคำพูดรายการเชื่อมั่นประเทศกับนายกอภิสิทธิ์มาตัดต่อเป็นคลิปสั่งการสลายการชุมนุม แต่กองพิสูจน์หลักฐานสำนักตำรวจแห่งเห็นต่าง โดยพันตำรวจโทวิวัฒน์ สิทธิสรเดช นักวิทยาศาสตร์ (สบ.3) กลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์และชีววิทยารายงานการตรวจพิสูจน์มีการตัดต่อคลิปเสียงน้อยมาก แค่สามจุดแต่เนื้อหาสาระการพูดยังอยู่ครบถ้วน ถ้าเป็นจริงตามกองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติใครโกหกใครน่าเชื่อถือ กรวุฒิค่อนข้างเชื่อกองพิสูจน์หลักฐานมากกว่าเพราะกองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีประสบการณ์มายาวนานและเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอความจริงต้องปรากฏ

นายตำรวจใหญ่โดนข้อหาบุกรุกที่สาธารณะริมแม่น้ำที่ทองผาภูมิกาญจนบุรี ส่งหมายเรียกไปสามครั้ง ไม่ไปรับข้อกล่าวหาและไม่ทราบว่าขณะนี้ท่านไปอยู่ที่ใด เห็นความร้ายกาจพรรคเก่าแก่หรือยัง นายตำรวจใหญ่ท่านนี้เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคเก่าแก่ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคเก่าแก่ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้นายตำรวจใหญ่มีชนักติดหลังไว้


จากนายตำรวจใหญ่ไปรื้อฟื้อคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ของท่านนายกทักษิณ ทั้งที่นายกทักษิณซื้อมาจากท่านเสนาะเทียนทอง ถ้าที่ดินไม่ถูกต้องตามกฏหมายทำไมเจ้าหน้าที่ที่ดินจึงอนุญาติให้มีการซื้อขายกันได้ จะว่าท่านใช้อิทธพลความเป็นนายกก็ไม่ใช่เพราะซื้อจากท่านเสนาะเทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ทำไมคดีเขายายเที่ยงไม่คืบหน้าเท่าที่ควร สำหรับคดีเอซีแอสเซทรีบเร่งเสร็จภายในสองวัน อีกคดีหนึ่งที่ยังค้างคาใจสาธารณชนคือคดียึดทำเนียบ ยึด NBT และสนามบิน ทำไมอืดเป็นเรือเกลือ สงสัยเป็นคดีม็อบมีเส้นเลยเจอตอคอนกรีตตอใหญ่ยิ่งกว่าคดียิงแป๊ะลิ้ม ใช่ไม่ใช่ กรุณาช่วยตามจิกเพื่อนำผู้ก่อการร้ายมาลงโทษโดยเร็ว หรือม็อบมีเส้นเหล่าคือผู้มีพระคุณของพรรคเก่าแก่ เลยนั่งทับไว้ก่อนจริงมะ

เปิดหน้าแลกหมัดไม่แพ้การดึงดันแต่งตั้งผบ.ตร.เลยนะ กลบข่าวการคอรัปชั่นโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ฝ่ายค้านอย่าได้หลงทางต้องตามปิดเรื่องคอรัปชั่นปากท้องประชาชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นหลักเพื่อตีแพ่ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ลดระดับความน่าเชื่อถือของนายกมือสะอาด ต้นทุนสูง (ต้นทุนสูงตรงไหนไม่ทราบ ก็มนุษย์ กิน ปี้ ขี้นอนเหมือนกันใช่ไม่ใช่) สำหรับเรื่องคลิปเจ้าปัญหาสั่งการสลายการชุมนุมจริงไม่จริง คลิปนี้ก็กระหึ่มไปทั่วแผ่นดินแล้ว ประชาชนเขามีวิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร อย่าได้ไปดูถูกเขาเลยครับ คลิปนี้กรวุฒิมีข้อสังเกตดังนี้

1. การสั่งการสลายการชุมนุมจะสั่งการด้วยวาจาไม่มีใครปฏิบัติตามดอกครับ ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร ทหารถึงจะปฏิบัติ เพราะเขากลัวติดคุกติดตาราง

2. เมื่อได้รับคำสั่งแล้ว เขาต้องออกเป็นคำสั่งยุทธการห้าข้อ เพื่อให้หน่วยรองนำไปปฏิบัติ เพราะคำสั่งยุทธการห้าข้อจะมีรายละเอียดในการปฏิบัติ

3. การสลายการชุมนุมทำไมต้องใช้อาวุธสงคราม ใช้กระสุนจริง ที่อ้างว่าใช้กระสุนซ้อมรบ ทำไมไม่ติดอะแด็ปเตอร์ ที่ปลอกลดแสงของปลายกระบอกปืน และทำไมมีกระสุนส่องวิถีตามคลิปวีดีโอที่่เผยแพร่ตามหน้าสื่อ และทำไมยิงปืนในแนวราบ ผสมยิงขึ้นฟ้า

4. การสลายการชุมนุม มีการปฏิบัติลับอย่างไรจึงกันผู้สื่อข่าวออกจากพื้นที่สลายการชุมนุม แต่สื่อต่างประเทศประโคมข่าวไปทั่วโลกว่ามีผู้ชุมนุมบาดเจ็บ และอาจล้มตายใช่ไม่ใช่

5. การปฏิบัติการสลายการชุมนุมช่างบังเอิญหรือสอดคล้องกับคลิปสั่งการสลายการชุมนุมของนายก มันช่างบังเอิญจริง ๆ

เป็นการตั้งข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ จากกรวุฒิ อาจจริงหรือไม่จริง กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าจริงใครสั่งการต้องรับผิดชอบ ประชาชนคงไม่ปล่อยให้เป็นคลื่นกระทบแน่นอนครับ

1. ใครอยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด ?

2. ใครอยู่เบื้องหลังบ่อนการพนัน ?

3. ใครอยู่เบื้องหลังหวยใต้ดิน ?

4. ใครอยู่เบื้องหลังการค้าของหนีภาษีตามแนวชายแดน ?

5. ใครอยู่เบื้องหลังการค้าน้ำมันเถื่อน ?

6. ใครอยู่เบื้องหลังการค้าแรงงานเถื่อน ?

7. ใครอยู่เบื้องหลังการคอรัปชั่น ?

ถ้ามีอำนาจทราบข้อเท็จจริงกรุณาปราบปรามให้สิ้นทรากจากแผ่นดินไทยทีเถิด ถ้าทราบแล้วเพิกเฉยแสดงว่าผู้มีอำนาจอาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรืออยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ก็เป็นได้นะครับ

ช่วงนี้ข่าวการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามถี่ยิบซึ่งพฤติกรรมนี้พรรคเก่าแก่ถนัดที่สุดตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องใส่ร้ายป้ายสี เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ให้คนอื่น กล่าวโดยสรุปดังนี้

1. กรณีสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น "ภูไพรธารน้ำรีสอร์ท" ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ของอดีตพลตำรวจเอกเมื่อไม่กี่วันนี้ ถ้ากรวุฒิจำไม่ผิดเรื่องนี้เกิดมานานแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทำไมต้องมารีบเร่งตอนนี้ ถ้าท่านผู้ชมยังจำได้พลตำรวจเอกท่านนี้มีกระแสข่าวว่าอาจถูกทาบทามให้เป็นหัวหน้าเพื่อไทย ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจริงย่อมสร้างความหวั่นไหวให้พรรคเก่าแก่เพราะนายตำรวจท่านนี้ทำคดีอะไรผู้ต้องหาไม่ค่อยรอดคุกตาราง จึงต้องสกัดไว้ก่อนโดยกล่าวหาว่ารุกที่สาธารณะ แต่ทำไมจำลองรุกที่สาธารณะเช่นกัน...ไม่ดำเนินคดีเพราะจำลองคือผู้มีพระคุณใช่หรือไม่

2. กรณีตรวจค้นบริษัท เอสซีแอสเซท ข้อหาเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิป เสียงนายกสั่งการสลายการชุมนุมเพื่อดิสเครดิตคุณยิ่งลักษณ์ ฯ น้องสาวอดีตนายกทักษิณและพยายามโยงว่าท่านนายกทักษิณอาจอยู่เบื้องหลัง รู้ทั้งรู้ว่าเอสซีแอสเซทมีใช่ต้นตอแต่ก็พยายามป้ายสีไว้ก่อน ประชาชนเขาไม่ได้โง่นะ คุณยิ่งรัก ฯ เป็นอีกคนหนึ่งที่มีโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจึงต้องสกัดไว้ก่อนอีกคนใช่หรือไม่ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นมุมมองของกรวุฒิ ถูกผิดอย่างไรก็เป็นแค่มุมมองหนึ่งเท่านั้น ถ้าถูกพรรคเก่าแก่นี้ร้ายจริง ๆ ซูฮก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้ว ใครถูกกล่าวหาว่าฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ โทษคือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต สมัยกรวุฒิเด็ก ๆ เขาจะถ่ายทอดภัยคอมมิวนิสต์เป็นเสมือนยักษ์มารเหมือนปีศาจ ถ้าคอมมิวนิสต์ปกครอง ราษฎรจะถูกกดขี่ข่มเหง บังคับให้ละทิ้งศาสนาเพราะลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่มีศาสนา หากใครไม่ปฏิบัติตามจะถูกทารุณและเข่นฆ่าในที่สุด พอได้รับการศึกษาจึงทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นการปกครองระบอบหนึ่งเท่านั้น การเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์จะใช้กำลังบีบบังคับ ผู้ที่ไม่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ก็ต่อต้านโดยเฉพาะโลกเสรีประชาธิปไตย ปัจจุบันโลกคอมมิวนิสต์ได้ล่มสลายแล้วพร้อมกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียดรัสเซีย ซึ่งถือว่าเป็นพี่เบิ้มใหญ่โลกคอมมิวนิสต์ขณะนั้น

ภัยคอมมิวนิสต์ส่งผลให้อดีตนายกรัฐมนตรีต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ท่านผู้นั้นคือ ปรีดีย์ พนมยงค์ กล่าวคือท่านเสนอสมุดปกเหลืองเค้าโครงเศรษฐกิจต่อรัฐบาลเพื่อให้ราษฎรได้รับการประกันสังคม ถูกโจมตีอย่างรุนแรงในข้อหาคอมมิวนิสต์ ถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ ท่านไปลี้ภัยที่ฝรั่งเศส สมัยรัฐบาลพญามโนปกรณ์ นิติธาดา ทั้งที่ท่านปรีดีย์ พนมยงค์เป็นผู้นำฝ่ายพลเรือนของคณะราษฎร์ เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิ.ย. 2475 ต่อมาสมัยพลเอก พญาพหล พลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เชิญท่านปรีดีย์กลับประเทศ ต่อมาพ.ศ. 2477 สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่าท่านปรีดีย์ไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ตามที่ได้ถูกกล่าวหา

สมัยนี้ไม่มีแล้วครับ อย่าใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงข้อหาคอมมิวนิสต์เลยครับ เขาจะหัวเราะเยาะเอาว่าท่านช่างโง่เขลาเบาปัญญาสิ้นดี

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยุติบทบาทโดยสิ้นเชิงปี 2525 และออกมารายงานเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย บางคนเดินเข้าสู่ถนนการเมืองเป็นสมาชิกอันทรงเกียรติของสภาผู้แทนราษฎรเป็นรัฐมนตรีหลายท่าน และพระราชบัญญัติการกระทำอันเป็นคอมมิวนนิสต์ถูกยกเลิกไปตั้งแต่สมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าจำไม่ผิดท่านชวนหลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี (ขออภัยถ้าข้อมูลผิดพลาด) ทำไมคนไทยต้องจับอาวุธเข่นฆ่ากัน สาเหตุมาจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐแทบทั้งสิ้น กรวุฒิจะไม่ลงในรายละเอียด ใครอยากทราบสามารถศึกษาได้ในเอกสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ทำไมยุคนี้ต้องพูดถึงคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะกล่าวหาทำนองว่าพวกเสื้อแดงฝักใฝ่คอมมิวนิสต์บ้างหล่ะ เอียงซ้ายบ้างหล่ะ เพราะใช้สัญลักษณ์สีแดง "ชาวเสื้อแดงบอกว่าสีแดงคือชาติ คนใส่ร้ายป้ายสีเช่นนี้เขาบอกว่าเป็นแนวร่วมมุมกลับนะครับ" คนที่ใส่ร้ายพวกนี้เคยต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์หรือกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทยแทบทั้งสิ้น การกล่าวหาชาวเสื้อแดงอย่างนี้ไม่ยุติธรรมเลย ชาวเสื้อแดงเขาไม่ได้ใส่ใจเพราะเขามีจิตใจสูง มีวุฒิภาวะพอ มีความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหน้าไหนทั้งสิ้น โปรดรับรู้ไว้ด้วย

คนเสื้อแดงขยับจะชุมนุมในวันที่ 30 สิงหาคม 52 รัฐบาลเต้นเป็นเจ้าเข้า ลนลานประกาศพรบ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร 2511 ในพื้นที่เขตดุสิต อ้างว่าได้รับรายงานข่าวจะมีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ทำให้เกิดการจลาจลได้ สั่งกำลังตรึงพื้นที่เต็มอัตรา พอเสื้อแดงพลิกเกมเลื่อนการชุมนุมออกไปเป็น 5 ก.ย. 52 และจะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ถ้ารัฐบาลขยายเวลาพรบ. ฯลฯ เล่นเอาเถิดกับรัฐบาล รัฐบาลเสียรางวัดไปหลายกิโลขีด เพราะการข่าวไร้ประสิทธิภาพ ข้อเท็จจริงการชุมนุมของเสื้อแดงไม่เคยพกพาอาวุธเข่นฆ่าใคร มีแต่ถูกรังแก เช่น การสลายการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง มีคนเสื้อแดงบาดเจ็บหลายราย (การสูญเสียชีวิตนั้นไม่นานข้อเท็จจริงจะปรากฏ เพราะทหารใช้อาวุธจริง กระสุนจริงในการสลายการชุมนุม) ถูกตีแผ่ไปตามสื่อต่าง ๆ ทั่วโลกแต่สื่อไทยปิดหูปิดตาประชาชนเสียฉิบ การสั่งการเข้าควบคุมการชุมนุมทุกครั้งจะอ้างความมั่นคงของรัฐ คำว่ารัฐหมายถึงประเทศชาติแต่ทุกวันนี้เป็นการรักษาความมั่นคงของรัฐบาล ความอยู่รอดของรัฐบาลมากกว่า ถ้าต้องการรักษาความมั่นคงของรัฐจริง ๆ โน่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่นายกคนนี้ละเลยไม่เคยไปดูดำดูดีประชาชนเหล่านั้น จะอ้างว่าได้มอบหมายให้รองนายกฝ่ายความมั่นคงแล้ว แต่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลรับผิดชอบประเทศชาติ ควรลงไปให้กำลังใจประชาชนบ้างสิ ทีเรื่องผบ.ตร.มอบให้รองนายกฝ่ายความมั่นคงกำกับดูแล นายกกลับล้วงลูกทำให้ขาดภาวะผู้นำ เข้าทำนองเรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ เรื่องไม่ควรทำกลับทำ อย่างนี้ใช้ไม่ได้

เรื่องการข่าวเป็นนายกอย่าด่วนสรุปตัดสินใจ ต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างรอบด้าน อย่าหูเบาเชื่อคนง่าย โดยเฉพาะคนรอบข้างที่ด้อยประสบการณ์ ถ้าไม่เชื่อกรวุฒินายกจะเสื่อมศรัทธาเรื่อย ๆ และถูกขับไล่ในที่สุด ไม่เชื่อคอยดู

ในเมื่อนายกยอมรับว่าเสียงในคลิปเป็นเสียงนายก สมุนทั้งหลายแม้แต่หมอผีการันตีว่าเป็นคลิปนี้เป็นการตัดต่อ แต่กรวุฒิตั้งข้อสังเกตดังนี้

ประการที่  1 การประชุมสั่งการเมื่อ 12 เม.ย. 52 ให้สลายม็อบเสื้อแดง หลังสลายแล้วเกิดบาดเจ็บล้มตาย ใครรับผิดชอบ ถ้านายกเป็นคนสั่งให้สลายม็อบนายกต้องรับผิดชอบ ลำพังทหารคงไม่ปฏิบัติการโดยพละการ ต้องมีคำสั่งเท่านั้นดังนั้นการประชุมสั่งการให้สลายม็อบคือนายกรัฐมนตรีสั่งการอย่างไร รายละเอียดการปฏิบัติอย่างไร ไม่สามารถหยั่งรู้ได้ ถ้านายกไม่รับผิดชอบทหารคงไม่สลายม็อบเสื้อแดงใช่หรือไม่

ประการที่ 2 การประชุมสั่งการทุกครั้งต้องมีการบันทึกการประชุมเพื่อเป็นหลักฐานสำเนาแจกให้หน่วยรองนำไปปฏิบัติ หลายหน่วยงานยืนยันว่าคลิปมีการตัดต่อ กรวุฒิอาจยอมรับได้เป็นการตัดต่อ เพราะเสียงคลิปแค่ 3.41 นาที แต่เป็นการตัดต่อจากของจริง และของจริงอยู่ที่ไหน มีความยาวเท่าใด ? เพราะการประชุมสั่งการต้องมากกว่าครึ่งชั่วโมงขึ้นไป ครั้งต่อไปอาจปล่อยคลิปเสียงการประชุมโดยไม่มีการตัดต่อ เอาของจริงมาเปิดเผยจะ ๆ นายกอาจหน้าแตกก็เป็นได้

ประการที่ 3 ไม่ต้องแก้เกี้ยวผูกโยงไปถึงท่านนายกทักษิณดอก ท่านคงไม่ทำอะไรโง่ ๆ เช่นนี้ เชื่อกรวุฒิเถิด น่าเกลือเป็นหนอนมากกว่า จริงมะ

ประการสุดท้าย ถ้าคลิปเสียงนี้เป็นของจริงก็แสดงว่าท่านไม่เป็นที่ยอมรับของข้าราชการ เพราะเรื่องลับสุดยอดยังหลุดออกมาได้ อีกอย่างคำพูดที่ว่า "รัฐบาลรู้อะไร ประชาชนต้องรู้อย่างนั้น" วลีนี้พูดที่สหรัฐโดยอดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นรัฐบาลจะทำอะไร ประชาชนต้องรู้ เขาเลยเอาไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบก็ถูกต้องแล้วนี่

เรื่องคลิปที่เผยแพร่ตามสื่อโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตเรื่องการสั่งการสลายม็อบสงกรานต์เลือด ถ้านายกฉุกคิดสักนิด ไม่จำเป็นต้องออกมาตอบโต้เรื่องอาจเป็นคลื่นกระทบฝั่งก็เป็นได้ จริงไม่จริงท่านนายกย่อมรู้อยู่แก่ใจ ปล่อยให้ขบวนกฎหมายจัดการก็สิ้นเรื่อง การบริโภคข่าวสารของประชาชนเขามีวิจารณญาณ,วิเคราะห์,สังเคราะห์ได้ว่าข่าวนี้เชื่อถือได้แค่ไหน กรวุฒิคิดว่างานนี้เป็นเกมการเมือง เพราะคนระดับนายกคงไม่อำมหิตสั่งฆ่าประชาชนได้จริงมะ พอนายกออกมาเล่นตามเกม สั่งการให้ปิดสื่อห้ามเผยแพร่และยังคาดโทษสื่ออีก จากคนที่ไม่รู้เรื่องกลับรู้เรื่อง ยิ่งปิดบังคนยิ่งอยากรู้ ยิ่งนายกบอกว่าเป็นเสียงท่านนายกคนยิ่งอยากรู้เพิ่มมากขึ้น กลายเป็นเรื่องบานปลายโดยใช่เหตุ

ขณะนี้เจอหน้าเพื่อนฟูงก็จะถามว่า "ได้ฟังคลิปหรือเปล่า", "ฟังแล้วเล่าให้ฟังหน่อยสิ", "นายกสั่งการอย่างไร?" เรื่องซุบซิบในประชาชนก็จะถามลักษณะนี้ เลยเถิดไปโน่น ถ้าเป็นจริงตามคลิป... นายกคนนี้อำมหิตจริง ๆ นะ แต่ถ้าไม่จริงก็แล้วไปเพราะประชาชนเขาไม่ค่อยอีนังขังขอบกับรัฐบาลชุดนี้เท่าไหร่เพราะเป็นรัฐบาลที่เข้ามาสู่อำนาจไม่สง่างามก็เท่านั้นเอง

ตามที่รัฐบาลประกาศใช้พรบ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ไม่ทราบว่าพรบ.ฉบับนี้ถูกต้องหรือไม่ แม้จะผ่านวาระที่ 3 ของสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง คือมีเพียง 115 คนจาก 250 คน ถ้าไม่ถึงกึ่งหนึ่งแสดงว่าเป็นพรบ.ที่ไม่ชอบใช่หรือไม่ กรวุฒิไม่ได้พูดเองแต่สื่อเป็นผู้นำเสนอ ถ้าพรบ.ไม่ชอบประกาศใช้ได้อย่างไร สงสัยจริง ๆ

ฝากถามรัฐบาลการออกพรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551 ในพื้นที่เขตดุสิต ดังนี้
1. พรบ.ความมั่นคงฉบับนี้องค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ถือว่าเป็นพรบ.ที่ชอบใช่หรือไม่ ถ้าใช่แล้วไป ถ้าไม่ใช่ประกาศใช้ได้อย่างไรสงสัยจัง
2. การชุมนุมตามมาตรา 63 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของประชาชนใช่หรือไม่ ถ้าใช่ทำไมรัฐบาลต้องออกมาขัดขวาง ระวังจะผิดรัฐธรรมนูญนะครับ
3. การประกาศพรบ.ความมั่นคง ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ เขาจะไม่ประกาศ เพราะทำให้เกิดผลเสียแก่ประเทศชาติ ทำให้บรรยากาศการลงทุนและการท่องเที่ยวเสียหาย ประเมินค่าไม่ได้ ใช่ไม่ใช่

ทางที่ดีปล่อยให้เสื้อแดงชุมนุมไปตามมาตรา 63 เถิด ถ้าเสื้อแดงชุมนุมไม่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็สามารถจัดการได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประกาศใช้พรบ.ความมั่นคง (ชึ่งไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่) สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและชาวโลกโดยใช่เหตุ จริงมะ

ได้ติดตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี กอบศักดิ์ สภาวสุ เป็นประธานบอร์ดโครงการ พอโครงการมีปัญหาคอรัปชั่นท่านก็ชิงลาออก หลังจากนั้นนายประโภชฌ์ น้องชายลาออกตาม ทางพรรรคแก้เกี้ยวโดยแต่งตั้งคนของพรรคตรวจสอบแทนที่จะใช้คนกลาง ผลออกมาโยนให้เจ้าหน้าที่เป็นแพะรับไป ทำให้กรวุฒิโหนคิดไปถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่ผู้สื่อข่าวตั้งฉายา "ช่างทาสี" ช่างทาสีท่านนี้และที่อุ้มชูนายกคนปัจจุบัน เลยถึงบางอ้อ สำเนาจากช่างทาสีเลยพับผ่า! พยายามเหลือเกินจะทำดำให้เป็นขาว นอกจากนี้ท่านกอบศักดิ์ ฯ ยังวิ่งไปพบท่านคุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา เพื่อให้เป็นช่างทาสีทำดำให้เป็นขาว ซึ่งท่านคุณหญิง จารุวรรณ กำลังปวดหัวเรื่องของตัวท่านเองไม่รู้จะเป็นหมู่หรือจ่า เรื่องของท่านอยู่ที่ปปช.กระมังถ้าจำไม่ผิด นี่ก็เป็นคนกันเองเช่นกันท่านที่มีใจเป็นกลางลองหลับตานึกดูผลจะออกมาอย่างไร ถ้าบริสุทธิ์ผุดผ่องตั้งฉายาให้เป็น "ช่างทาสียกกำลังสอง" จริงไหมครับท่านผู้ชม

ฝากถึงนายกให้ตั้งกรรมการตรวจสอบโครงการพอเพียงโดยเอากรรมการที่เป็นกลางไม่ถึงเป็นอริกับพรรคของท่าน ผลจะออกมาเช่นเดียวกับคตส.ตรวจสอบนายกทักษิณหรือไม่ เพราะกรรมการคตส.ชุดนั้นเป็นอริกับนายกทักษิณทั้งสิ้น ประกอบด้วยนายแก้วสรร ฯ , คุณหญิงจารุวรรณ ฯ, นายนาม ฯ, นายสัก ฯ, ฯลฯ .. ลองดูไหมล่ะ ถ้าแน่จริง

จริงไม่จริง กรวุฒิจะสาธยายกรณีนายกประเทศนี้เมืองนี้ไร้หลักการ ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จริยธรรม ไร้คุณธรรม ไม่ยึดถือประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติดังนี้

ประการที่ 1 เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรียึดหลักการกม.ตามมาตรา 172 หมวด 9 ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี และรัฐธรรมนูญเด๊ะเลย แต่ไม่ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติให้พรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าตั้งไม่ได้ให้เสียงอันดับถัดไปจัดตั้ง ซึ่งเขาปฏิบัติมาตั้งแต่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ท่านได้เป็นนายกเพราะมีบุคคลอื่นอุ้มขึ้นสู่ตำแหน่ง เขารู้ไปทั่วโลกแต่ท่านเป็นปลื้มที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีลักษณะนี้น่าเวทนาจริง ๆ
ประการที่ 2 การแต่งตั้งผบ.ตร. ยึดหลักกฎหมายว่าเป็นอำนาจนายกเสนอชื่อผบ.ตร. แต่ปปช.ไม่เห็นชอบตีตกไปทำให้ไร้ภาวะผู้นำ ความนิยมตกต่ำตามโพลสำรวจต่าง ๆ ไม่เชื่อยังดันทุรังจะตั้งอีก โฆษกพรรคออกมาโจมตีปปช.ว่าไม่มีสิทธิ์ยับยั้ง สาเหตุที่ยังดันทุรังเพราะเชื่อโพลสำรวจว่าความนิยมของท่านปะทีป ตันประเสริฐ ดีกว่าทุกท่านที่มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นผบ.ตร. นอกจากนี้ยังกล่าวว่านายกคนก่อน ๆ ยังทำได้ ทำไมนายกคนปัจจุบันจะทำไม่ได้ ว่าไปโน่น
ประการที่ 3 โพลสำรวจนำเสนอว่าภาวะผู้นำนายกทักษิณ 54.41 % นายกอภิสิทธิ์ 49.38 % และความนิยมของประชาชนต่อนายก ฯ ทักษิณ 43.6 % นายก ฯ 39.8 % ผลสำรวจดังกล่าวแพ้นายกทักษิณ แสดงให้เห็นว่าความนิยมของนายกคนปัจจุบันตกต่ำและลดลงเรื่อย ๆ แล้วท่านจะอยู่ไปทำไม ยุบสภาและลาออกคืนอำนาจให้ประชาชนเสียเถิด ท่านนายกต้องยึดถือผลสำรวจนี้โดยเคร่งครัดสิ

ที่กล่าวมาข้างต้นนายกคนปัจจุบันเป็นคนไร้หลักการ ขาดจริยธรรม คุณธรรม ยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ประเทศชาติและประชาชนเจ้าของประเทศจะอยู่ได้อย่างไร ว้าเหว่จริง ๆ


การโหวตผบ.ตร.ที่ผ่านมาห้าต่อสี่ไม่เอาประทีป ตันประเสริฐ ใครเป็นใครสื่อนำเสนอไปแล้ว เพราะเป็นการโหวตเปิดเผย ถ้านายกยืนยันเสนอประทีป ตันประเสริฐ อีกครั้งถ้ายังโหวตเหมือนเดินแล้วไป ถ้าผิดจากเดิมจงตราหน้าว่า ก.ต.ช. ชุดนี้ตอแหลเชื่อถือไม่ได้ และสมควรลาออกไปเพราะสร้างความอัปยศให้องค์กรตำรวจ ถ้าองค์กรตำรวจนิ่งเฉยไม่อือไม่หือ ปล่อยให้นักการเมืองขี่คอและประนามว่าองค์กรนี้เลวจริง นักการเมืองจึงเข้ามาจัดระเบียบให้มันน่าทุเรศสิ้นดี ในองค์กรตำรวจมีประมาณสามแสนคน ตำรวจดี ๆ เยอะแยะอยู่ในกรอบพวกท่านทนอยู่ได้อย่างไรออกมากอบกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจบางสิ

นักการเมืองนั้นหรือไม่อยู่ในสายตากรวุฒิ เพราะนักการเมืองทุกระดับคอรัปชั่นทั้งนั้น ลงทุนตั้งแต่การเลือกตั้ง ขณะนี้จะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นทั่วประเทศเงินสะพัดเท่าไหร่มีใครสนใจบ้าง เมื่อเข้ามาแล้วถอนทุนทุกระดับเมื่อเทียบกับองค์กรตำรวจจิบจ้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามการคอรัปชั่นจะหนึ่งบาทหรือแสนล้านบาทมันก็คือการคอรัปชั่นนั่นเอง สาเหตุหรือเปล่า คือ เขาซื้อเสียงเข้ามาเมื่อเป็นแล้วเขาไม่สนใจประชาชนเพราะเขาพูดได้เต็มปากว่า "เขาซื้อเสียงเข้ามา" ใครรับเงินเขาจงน้อมรับโดยดุษฎี แต่ถ้าใครไม่รับเงินนักการเมืองจงออกมาต่อต้านโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อนำประชาธิปไตยบริสุทธิ์สู่ประเทศชาติโดยเร็ว สำหรับข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม ไม่อือไม่หือเพราะคอยรับใช้นักการเมืองเพื่อความเจริญในชีวิตราชการ จงปล่อยเขาไป ปล่อยให้เป็นขี้ข้านักการเมืองตลอดไป

ตามหน้าสื่อกรณีนายกโดนหักหน้าการแต่งตั้งผบ.ตร.จนต้องสั่งยุติการประชุมและเลื่อนไปไม่มีกำหนด เหตุการณ์ครั้งนี้สื่อบอกว่าเป็นการ "ปฏิวัติเงียบ" ใช่ ไม่ใช่กรวุฒิไม่ฟันธงเพราะเตือนไปหลายครั้งแล้ว นายกขณะนี้กำลังเมาหมัดวิ่งหาตัวช่วยเป็นพัลวัน จะเป็นหมู่หรือจ่าไม่นานเกินรอ ทางที่ดีแต่งตั้งผู้อาวุโสอันดับหนึ่งถูกต้องที่สุด ได้ใจชาวตำรวจบานตะเกียงเพราะตำรวจดี ๆ มีเยอะและรักความยุติธรรม ผบ.ตร.เป็นผู้ใต้บังคับบัญชานายกกลัวทำไม แต่งตั้งมาแล้วไม่สนองนโยบาย (นโยบายถูกต้องตามกฎหมาย) นายกสามารถปลดได้ทันทีใยต้องกังวลใช่ไม่ใช่

การปฏิวัติตามประวัติศาสตร์ชาติไทยมี 10 ครั้ง กบฏ "คือยึดอำนาจไม่สำเร็จ 12 ครั้ง ส่วนการปฏิวัติที่ถือว่าเป็นการปฏิวัติเงียบ หรือปฏิวัติตัวเอง 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 5 และครั้งที่ 6 สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ถูกปฏิวัติหนึ่งครั้ง คือ ครั้งที่ 7 สมัยนายกรัฐมนตรีเสนีย์ ปราโมทย์ เมื่อ 6 ต.ค. 2519 ส่วนการสิ้นอำนาจของรัฐบาลโดยไม่มีการปฏิวัติ 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อ 8 เม.ย. 2491 - นายก ควง อภัยวงศ์ ถูกจี้บังคับให้ลาออกจากตำแหน่งภายใน 24 ชม. ครั้งที่สอง 14 ต.ค. 2516 วันมหาวิปโยค จอมพลถนอม กิติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีต้องลาออก และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 7-21 พ.ค. 2535 เรียกว่าพฤษภาทมิน ยุครัฐบาล ผอ.สุจินดา คราประยูร ซึ่งจำเป็นต้องลาออกเช่นกัน

ที่กรวุฒินำเสนอเรื่องการปฏิวัติดังที่กล่าวข้างต้น เพราะมีกลิ่นตุ ๆ ว่าจะเอาอีกแล้ว ที่ผ่านมาเมื่อ 19 ก.ย. 49 ประเทศชาติเสียหาย ประเมินค่ามิได้แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ สงสารประเทศชาติบ้างเถิด!

เตือนแล้วไม่เชื่อ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ระดับนายกดูแลกระทรวงว่าจะเอาใครมานั่งเป็นรัฐมนตรีแค่นี้ก็พอแล้ว ต่ำลงไปปล่อยให้ปลัดกระทรวงเขาว่าไป พอนายกไปล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายผบ.ตร. ผลออกมาได้ไม่คุ้มเสีย ทำให้ภาวะผู้นำของนายกลดลงไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป องค์กรตำรวจโดยประเพณีปฏิบัติถ้าผบ.ตร.คนปัจจุบันเกษียณอายุราชการ ผบ.ตร.ก็จะพิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วยเพื่อเป็นผบ.ตร. เสนอให้ กตช. พิจารณา ที่ผ่านมาเขาจะเสนอรองอวุโสอันดับหนึ่งอย่างน้อยควรมีอายุราชการสองปีก่อนเกษียณ เพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง ถ้าเสนอผู้ที่เหลืออายุราชการหนึ่งปีก็ไม่ต้องทำอะไรแค่ตรวจเยี่ยมหน่วย มอบนโยบาย และอำลาหน่วย จะมีเวลาซักกี่เดือนทำงานเพื่อหน่วย แต่นี่ท่านนายกไปมัดมือชก เสนอคนเดียวและอายุราชการเหลือหนึ่งปี กตช.เขาไม่เอาด้วยแล้วเป็นไง หน้าเหลือสองนิ้ว เสียรังวัดไปหลายกิโลขีด ถ้านายกยังดันทุรังอีกความน่าเชื่อถือของภาวะผู้นำไม่เหลืออีกต่อไป จิ้งจกทักฟังบ้างเถิดคร้าบ เจตนาต่าง ๆ ที่ไปล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อหวังผลทางการเมืองประชาชนเขารู้ทัน ประชาชนเขาจะเลือกพรรคไหนมาเป็นรัฐบาลอยู่ที่นโยบายของพรรคต่างหากมิใช่หรือ บทเรียนที่ผ่านมา คมช. , กอ.รมณ. อุ้มเต็มที่ยังแพ้พรรคพลังประชาชนเลย ถ้าอยากชนะการเลือกตั้งควรนำความยุติธรรม จริยธรรม คืนสู่ประเทศชาติและประชาชน อย่าสร้างศัตรูรายวัน แต่กรวุฒิคิดว่า ช้าไปแล้วเพราะทุกวันนี้ประชาชนเขาหมดหวังในรัฐบาลและคงไม่ให้โอกาสอีกต่อไป

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงประจำปีนี้ รัฐบาลชุดนี้ได้สร้างความแตกแยกเกือบทุกกระทรวงทบวงกรม เข้าข่ายใช้ตำแหน่งหน้าที่แทรกแทรงข้าราชการประจำ ถ้าไม่ใช่เด็กของกู พวกของกู...หลีกไป นอกจากแทรกแทรงการแต่งตั้งโยกย้าย ไร้จริยธรรม คุณธรรมโดยสิ้นเชิง ไม่คำนึงถึงระบบอาวุโส และหน้าตาเฉยว่า "สมัยรัฐบาลของคุณทำไมคุณทำได้ สมัยผมผมต้องทำได้เช่นกัน" อย่าโวยวายให้เสียเวลา คิดแล้วน่าสมเพชเวทนาสิ้นดี แทนที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้นให้สิ้นไป นำระบบคุณธรรม จริยธรรม กลับสู่ระบบราชการ แต่กลับตีฝีปาก "คุณทำได้ผมต้องทำได้" ตราบใดที่ข้าราชการยังยอมอยู่ใต้การกดขี่ข่มเหงของนักการเมืองเฮงซวยประเภทนี้ ตราบนั้นข้าราชการที่ไม่มีเส้นมีสายก็ไม่มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการแน่นอน พวกท่านจะยอมให้ "นักเลือกตั้ง" ขี่คอพวกท่านชั่วนาตาปีอย่างนั้นหรือ ความจริง นักเลือกตั้ง พวกนี้ต้องเข้ามารับใช้พวกท่านและประชาชนมิใช่หรือ จึงอยากให้พวกท่านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมครั้งนี้ใช้ศาลปกครองให้เป็นประโยชน์ ถ้าพวกท่านไม่สามารถพึ่งพาศาลปกครองได้ ประเทศชาติต้องอยู่ในยุคมืดเช่นนี้ตลอดไป ใช่ไม่ใช่?

หลังคนเสื้อแดงถวายฎีกาเมื่อ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา คนเสื้อแดงเขาหยุดแล้ว แต่ทำไมรัฐบาลยังไม่หยุด...ให้สื่อภายใต้การควบคุมของรัฐ ดาหน้าออกมาโจมตีคนเสื้อแดงต่าง ๆ นา ๆ ถ้าฉลาดหน่อยน่าจะอยู่เฉย ๆ คอยฟังพระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์ท่าน ที่ดิ้นทุกวันนี้เพราะก้าวผิด ทำอย่างไรจะพ้นบ่วงกรรมนี้ ยิ่งดิ้นบ่วงยิ่งรัดคอ สายไปแล้วต๋อย รัฐบาลมั่นใจว่าคนเสื้อแดงไม่สามารถยื่นถวายฎีกาได้เพราะผิดขั้นตอนของกฎหมาย แต่เมื่อเลขาสำนักพระราชวังให้คนเสื้อแดงถวายฎีกาได้ เท่านั้นแหละรัฐบาลหน้าเหลือสองนิ้วจะหันหน้าไปทางไหนคงถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลจอมตอแหล เชื่อถือไม่ได้ กรวุฒิชี้แนะทางที่ดี ท"ไปเสียเถิด" คืนอำนาจให้ประชาชน เพราะประชาชนคือนายของพวกคุณ ไม่ใช่คุณเป็นนายของพวกเขา และประชาชนไม่ใช่ ไพร่อุปถัมภ์ ของพวกคุณจริงมะ?

เรื่องเล็ก ๆ อย่าไปยุ่งให้เสียรางวัดนายกเลย เห็นมั้ย พอผบ.ตร.ตัวจริงกลับรักษาการก็หมดอำนาจโดยอัตโนมัติไม่ทราบท่านนายกเสือกไสไล่ส่งไปไหนอีก ถ้ายังไม่ละความพยายามเพื่อเอาชนะคะคาน ก็เจตนารังแกข้าราชการ พฤติกรรมเช่นนี้เขาข่าย "ทำให้แตกแยกแล้วปกครอง" ผิดหลักการบริหารโดยสิ้นเชิง ท่านทำให้ประชาชนแตกแยก ยังไม่พออีกหรือ อย่าลืมข้าราชการประจำเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อให้การบริหารของรัฐเดินหน้าไปได้ ถ้าตัวขับเคลื่อนไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกรังแก ผลเสียจะตกอยู่กับรัฐบาลเสียเอง อีกอย่างคนใกล้ชิดนายกขยันสร้างศัตรูไม่เว้นแต่ละวัน คงถอดแบบมาจากตัวนายกแน่ ๆ จริงมะ

อาจารย์จุฬา ฯ โต้โผใหญ่นำบุคคลากรของมหาวิทยาลัย ออกมาต่อต้านการยื่นถวายฎีกาของคนเสื้อแดง พึ่งตื่นหรือไง ? ความรู้สึกช้าจัง เขาเรียกว่าออกมาผิดที่ผิดทาง กรวุฒิอยากถามตรงไปตรงมาดังนี้
1. กรณีกลุ่มพันธมิตร โดยสนธิ ลิ้มทองกุล เอาโกเต็กเปื้อนประจำเดือนไปวางไว้ที่ฐานพระบรมรูปทรงม้า พวกท่านไปมุดหัวอยู่ที่ไหน อย่าลืมว่ารัชการที่่ 5 ก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมิใช่หรือ
2. อยากเรียนถามอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าทำไมไม่วางตัวเป็นกลางทางการเมือง และพิพากษาคนเสื้อแดง ทำผิดขั้นตอนและออกคัดค้านการยื่นถวายฎีกาเพราะไปทำให้ระคายเบื้องพระคลยุบาท กรวุฒิอยากเรียนถามว่าท่านอาจารย์ทราบได้อย่างไรว่าไประคายเคือง ฯ คิดเองเออเองกระมัง ให้คนเสื้อแดงถวายฎีกาไปเถิด แล้วแต่พระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์ท่าน คนเสื้อแดงน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมโดยดุษฎีอยู่แล้ว อย่าไปสู่รู้เสียทุกอย่าง อายลูกศิษธิ์เขาจะหัวเราะเยาะเอา ปิ้ว ๆ

การที่ข้าราชการ ส่วนราชการออกมาคัดค้านการยื่นถวายฎีกาของคนเสื้อแดงต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าในที่ 17 สิงหาคมนี้ว่าไม่ถูกต้อง
โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงของกระทรวงคือปลัดกระทรวง การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเข้าข่ายวางตนไม่เป็นกลางทางการเมืองหรือไม่ กรวุฒิอ่านมาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญปี 50 อ่านหลาย ๆ เที่ยวสรุปข้าราชการวางตนเป็นกลางทางการเมือง กรวุฒิความรู้น้อยอาจตีความเจตนารมณ์ของมาตรา 74 ผิดก็เป็นได้ อยากให้ผู้รู้อธิบายให้กรวุฒิและประชาชนเสื้อแดงหายข้องใจทีเถิด แต่ถ้าข้าราชการไม่วางตนเป็นกลางตามมาตรา 74 ดังกล่าวจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้ากรวุฒิตีความเจตนารมณ์มาตรา 74 ผิด ก็ข้อน้อมรับผิดโดยดุษฎี ตามที่ได้ออกตัวไว้แล้วว่าความรู้น้อย

คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีประโคมข่าวการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายวันมีเงินสะพัดนับพันล้านบาทจริงไม่จริง ทำไมคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีไม่เปิดเผยข้อมูลปล่อยให้สาธารณะกังขา ถ้าเป็นเรื่องจริงสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับไปเต็ม ๆ แต่ถ้าไม่จริงคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีรับไปแล้วกัน และเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีตำรวจ กรวุฒิคิดว่าคงจริงตามหน้าสื่อที่นำเสนอปิดปากไม่ได้รับการตอบสนองใช่หรือไม่ ในวงราชการบ้านนี้เมืองนี้ ส่องโฟกัสลงไปทุกกระทรวงทบวงกรม อาจเจออะไรดีก็ได้หรือมิใช่เป้าหมายที่จะเหยียบย่ำ?

เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ถามกลับไปที่นักการเมืองว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งทุกระดับเป็นการซื้อตำแหน่งหรือไม่ การซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพราะต้องการตำแหน่งเป็นนักการเมืองมิใช่หรือ (ต้องขออภัยนักการเมืองที่มีคุณธรรม จริยธรรม มา ณ โอกาสนี้ด้วย) แทบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งระดับชาติมีการรายงานข่าวว่าเงินสะพัดเป็นหมื่น ๆ ล้าน มีหน้าเมืองหน้าไหนจะปฏิเสธได้ เชิญเรียงหน้าออกมาเพราะเลือกตั้งทุกครั้งจะมีนักการเมืองโดนใบเหลืองใบแดงทุกครั้งเพราะข้อหาอมตะ ทุจริตการเลือกตั้ง ฝากผู้มีส่วนร่วม จงไตร่ตรองให้จงหนัก ก่อนจะหาว่าคนอื่นชั่วและฝากไปถึงตำรวจทุกคน ศักดิ์ศรีตำรวจไทยอยู่ตรงไหนทำไมปล่อยให้นักการเมืองฉ้อฉลโขกสับย่ำยีขนาดนี้มีอำนาจอยู่ในมือทั้งกฎหมายและอาวุธแท้ พับผ่าสิ

พฤติกรรม ณ เวลานี้ของรัฐบาลคงเป็นเช่นนี้จริง เพราะแต่ละเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่างานหลวงสร้างความแตกแยกไม่มีที่สิ้นสุด อย่างเดียวที่ต้องการคือ ต้องสนองตัณหาของรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าเรื่องเหล่านี้จะขาดคุณธรรม จริยธรรมก็ตาม กล่าวคือ

1. เรื่องโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับต่ำกว่ากองบัญชาการ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการเขาเถิด รัฐบาลไปล้วงลูกให้เสียรังวัดทำไม การเลงผลเลิศจนเกินไป อาจได้ไม่คุ้มเสีย ในสายตากรวุฒิเป็นเรื่องขี้ประติ๋ว ปล่อยเด็ก ๆ เขาเถิดให้นึกถึงสมัยคุณจัดตั้งครม.ครั้งแรก เห็นวิ่งแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีเหมือน ... แย่งกระดูก ทะเลาะเบาะแว้งพรรคแทบแตกมิใช่หรือ
2. เรื่องการถวายฎีกาของประชาชนเพื่อร้องทุกข์ เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมปล่อยเขาไปเถิด ผลจะออกมาอย่างไรอยู่ที่พระองค์ท่าน ถ้ารัฐบาลฉลาดน่าจะอยู่เฉย ๆ ยิ่งรัฐบาลไปต่อต้านโดยผ่านทางกระทรวงมหาดไทย ยิ่งเป็นการสร้างแนวร่วมมุมกลับ เหนื่อยเปล่า เรื่องเล็กประโคมข่าวให้เป็นเรื่องใหญ่เกินเหตุ ผับผ่า
3. เรื่องที่ควรทำคือเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่่ท่านคุยนักคุยหนา เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ เหตุการณ์จะสงบเป็นมาแปดเดือนย่างเข้าเดือนที่เก้าไม่เห็นหัวนายกรัฐมนตรีโทรไปให้ประชาชนอุ่นใจเลย อย่าทำเล่นไปน่า เสียดินแดนให้เขาจริง ๆ นะ อย่าหาว่ากรวุฒิไม่เตือน
4. นอกจากนี้เรื่องใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลชอบปฏิเสธ ขาดความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา คือความทุกข์ยากของประชาชน ปัญหาคอรัปชันเชิงนโยบาย ความอยุติธรรมและเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับหัวคูณ ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ไม่เกิดประโยชน์อันใด

เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมด เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ เรื่องที่ไม่ควรทำกลับทำ เสียดายเวลาที่ผ่านมาจริง ๆ นะ

สรรเสริญเยินยอเกินเหตุ ว่านายกเราเทียบเท่าโอบาม่า ไม่นานเกินรอความนิยมในตัวผู้นำเริ่มเสื่อมลง จากการสำรวจความนิยมของประชาชนลดลงเหลือประมาณ 50% สำหรับประเทศสหรัฐเว้นไว้ เพราะอยู่ไกลตัว หันมาดูนายกบ้านเราเป็นนายกใหม่ถอดด้าม ความนิยมเหนือท่านนายกทักษิณแต่การสำรวจครั้งสุดท้าย ความนิยมต่ำกว่านายกทักษิณน่าใจหาย สาเหตุเกิดแต่สนิมเนื้อในโดยแท้ เมื่อความนิยมเสื่อมลงการที่จะกลับมาเป็นที่นิยมของประชาชนริบหรี่ มองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สืบเนื่องมาจากนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้นอย่าโทษใคร อย่าโทษฝ่ายค้าย อย่าโทษประชาชน สาเหตุของความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีมีสาเหตุใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ประชาชนให้โอกาส ประชาชนมีความหวัง แม้นายกคนนี้เขามาไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ตามกฎกติกา เป็นนายกเสียงข้างน้อย แต่นายกคนนี้ทิ้งโอกาสนั้นเสียเพราะต้องอยู่ภายใต้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญและมือที่มองไม่เห็นใช่หรือไม่
2. นโยบายที่ประกาศต่อสาธรารณะชนทำไม่ได้ เช่น 99 วันทำได้ , ไม่เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ฯลฯ
3. การคอรัปชันที่เห็นตำตา คือ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน พยายามโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ พยายามตัดตอนไม่ให้ถึงตัวรัฐบาลและอ้างว่าการคอรัปชันมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่การคอรัปชันไม่ว่ามากหรือน้อยก็คือการคอรัปชันนั่นเอง
4. ผลักมิตรให้เป็นศัตรู ไม่ว่าประชาชนที่เห็นต่าง หรือข้าราชการประจำ และคนรอบข้างสร้างศัตรูรายวันเป็นต้น
5. การสร้างหนี้สาธารณะโดยการกู้ กู้ แต่ไม่บอกวิธีใช้หนี้เงินกู้อย่างไร ถ้ารัฐบาลไปแล้วทิ้งภาระให้กับประชาชนมันน่าทุเรศสิ้นดี
6. ทีสำคัญคือ ความอยุติธรรมซึ่งแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้าของประเทศ ยากที่จะเยียวยา ดังนั้น คืนอำนาจให้กับประชาชนเสียเถิด อาจได้รับการอภัยจากประชาชน แต่ถ้ายังดื้อดึง ดื้อตาใส คิดว่าไม่มีใครโค่นอำนาจตัวเองได้ เชิญตามสบายครับ

ยิ่งดิ้นเพื่อเอาชนะคะค้าน ยิ่งเปิดหน้าให้คู่ต่อสู้ชก ถูกน็อคไม่รู้น่า กลายเป็นมวยเมาหมัด หมดอนาคตก่อนวัยอันควร เรื่องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คุณจะไปรู้ดีกว่าเขาได้อย่างไร รัฐบาลคุณเพิ่งถูกอุ้มเข้ามาไปรู้ลึกตื้นหนาบางเขาได้อย่างไร ถ้าฉลาดเฉยไว้จะดีกว่า ถ้าหวังผลเลิศจะเอาคนของตนไปคุมพื้นที่หวังเลือกตั้งคิดผิดถนัด บทเรียนที่ผ่านมาคมช.อุ้มพรรคคุณเต็มที่ พรรคพลังประชาชนยังชนะเฉยเลย นับประสาอะไร ณ นาทีนี้เลือกตั้งเดี๋ยวนี้ พรรคคุณแพ้ตั้งแต่ในมุ้งล้านเปอร์เซ็นต์พันธง ความรับผิดชอบทุกเรื่องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติคือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่จะมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไว้หาพระแสงอะไร ถ้าอยากควบคุมสำนักงานตำรวจแห่งเบ็ดเสร็จจะไปยากอะไร เป็นนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีกตำแหน่งไม่ดีกว่าหรือ แต่ถ้ากล้าทำจริงเปรียบเป็นผู้บังคับกองพัน แต่ทำตัวเป็นจ่ากองร้อย หรือหัวหน้าสำนักงานแต่ทำตัวเป็นเสมียน น่าจะปล่อยให้เป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ดีกว่ารึ ประชาชีเขาจะหัวเราะเยาะเอา จริงมะ

คดีกล้ายาง 19 ล้านต้น น่าจับตามอง รอดไม่รอด สำหรับห้อยร้อยยี่สิบ พูดถึงเจ้าคนนี้ เกี่ยวข้องทุกเรื่อง เกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชัน และสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงเช่นกรณีที่พัทยาใส่ชุดสีน้ำเงิน สวมหมวกนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์สั่งการ กรวุฒิไม่อยากฟันธงว่า รอด - ไม่รอด ถ้าไม่รอดรัฐบาลนี้พังทันที แต่ถ้ารอดรัฐบาลหายใจไปอีกเฮือกหนึ่ง พ่อแม่พี่น้องจับตามอง ห้ามกระพริบตา ถ้ารอดฟันธงได้เลยว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่น่าอยู่อีกต่อไป ทำให้หวนคิดไปถึงอดีต เหตุเกิดที่บ้านนาบัว อำเภอเรณูนคร จ.นครพนม (วันเสียงปืนแตก) ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกรังแก ใส่ร้ายป้ายสี เลยลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้อำนาจรัฐ กรวุฒิไม่อยากให้หวนกลับมาอีกเลย เพราะนั่นคนไทยเข่นฆ่าคนไทย บ้านแตกสาแหลกขาด กว่าจะยุติลงได้สูญเสียชีวิต และทรัพย์สินไปเท่าไหร่ หวังลึก ๆ ความยุติธรรมคงเกิดขึ้นแน่นอน แต่ถ้าไม่เกิดก็เวรกรรมของบ้านนี้เมืองนี้แล้วกัน

นายกอุ้มตั้ง พยายามก้าวพ้นจากบ่วงสีเขียวที่คล้องคอ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะอยู่ในโอวาทและเป็นเด็กดี แค่ขยับจะเอาบ่วงออกจากคอ เขาส่งสัญญาณกระตุกเชือกเบา ๆ ก็หงอเป็นกุ้ง ขี้ขึ้นสมอง โสหน้าน่า นี่แหละหนาอยู่ดีไม่ว่าเอาบ่วงมาคล้องคอ เพราะอยากมีอำนาจแต่ไม่ยึดกติกา เข้าตามตรอกออกตามประตู ผลที่ตามมา ได้ไม่คุ้มเสีย น่าเสียดายจริง ๆ คำพูดของนายกสมัคร ยังก้องอยู่ในหู "มะม่วงจำบ่ม" "มะม่วงบ่มแก็ส" ถูกต้องที่สุด ถ้าฉุกคิดสักนิด อดเปรี้ยวไว้กินหวานน่าจะดีกว่า สั่งสมบารมีครองใจประชาชนโดยเอานโยบายที่ดีกว่าของนายกทักษิณนำเสนอประชาชน นำความยุติธรรมคืนสู่ประเทศชาติและประชาชน หยุดป้ายสีให้คนอื่น เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น คืนความเป็นผู้นำกลับสู่ตนเอง อย่าให้ลิ่วล้อปากสวะชี้นำ และบ่มเพาะศัตรู

ถ้าจะปลดบ่วงออกจากคอ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นจงยุบสภา เริ่มนับหนึ่งใหม่ คืนความชอบธรรมให้กับประชาชน ถ้าพรรคของท่านชนะเลือกตั้ง ท่านจะเป็นนายกที่สง่างาม แต่ถ้าแพ้การเลือกตั้ง จงน้อมรับโดยดุษฎี อีกสี่ปีนำนโยบายที่ดีกว่าเสนอประชาชนแพ้ชนะอยู่ที่นโยบาย ไม่ใช่อำนาจเงินที่พรรคคุณกล่าวอ้าง จริงมะ
    


1. ร่วมมือกับสีเขียวเพื่อก้าวขึ้นสู่นายกรัฐมนตรีอย่างน้อยสามครั้ง ครั้งสุดท้ายก็รัฐบาลปัจจุบัน สองครั้งที่ผ่านมา ได้โอกาสบริหารประเทศ แต่การบริหารล้มเหลวถูกสีเขียวบีบบังคับให้ลงจากตำแหน่ง ครั้งนี้ ปัจจุบันนี้ไม่แน่นะครับ อาจถูกบีบลงจากตำแหน่งก็เป็นได้ เข้าอีหรอบเดิมการบริหารล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เห็นได้จากการแถลงผลงานรอบหกเดือน ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศผิดหวังอย่างแรง และคงไม่เปิดโอกาสให้อีกต่อไปแล้ว
2. สมัยนายกชวนหลีกภัย (นายกสมัยที่สอง) การแต่งตั้งผบ.ทบ.ก็ไปคว้าคนที่ไม่อยู่ในตำแหน่งห้าเสือทบ.มาเป็นผบ.ทบ. ผิดทำเนียมปฏิบัติ เป็นรายการ"คุณขอมา" ปัจจุบันนี้การแต่งตั้งรักษาการณ์ผบ.ตร. ก็ไปคว้าคนนอกมารักษาการณ์น่าตาเฉย ผิดธรรมเนียมปฏิบัติเช่นกัน ต่างลุแก่อำนาจ คงไม่โชคดีเสมอไป ระวังมันจะย้อนกลับมาสนองอย่างสาสมนะครับ

ที่จั่วหัวไว้เช่นนี้กลัวท่านนายกเสียงข้างน้อยลุแกอำนาจจนเกินเหตุ เดียวตกม้าตายจะหาว่ากรวุฒิไม่เตือน
มาตรา   266     รัฐธรรมนูญปี50  วรรค 2   ห้ามไว้เกี่ยวกับโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ
มาตรา   268    นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะกระทำการใดที่บัญญัติไว้ในมาตรา       ไม่ได้ เว้นแต่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภา
หรือตามที่กฏหมายบัญญัติ  แม้ว่าในมาตรา  268 วรรคท้าย จะเปิดช่องให้ก็ไม่ควรกระทำเพราะ ผบ.ตร. เป็นข้าราชการประจำ กว่าจะก้าวสู่ตำแหน่งนี้ได้ใช้เวลากว่าค่อนชีวิต
ไม่เหมือนพวกนักการเมืองเดียวมาเดียวไป  อย่ารังแกพวกเขามากนัก โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ เขามีกฏหมายและอาวุธอยู่ในมือ มีพรรคพวก มีญาติพี่น้อง (น้องผมผิดอะไร) เสียงคำรามจากพี่ชาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ในอดีตนายกสฤษถิ์  ธนะรัตน์ มีอำนาจล้นฟ้า แต่ยังถามที่ปรึกษาว่าเป็นนายกแล้วเป็นอะไรอีกถึงจะไม่ถูกจับ ที่ปรึกษาตอบว่าเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยครับ
(สมัยก่อนกรมตำรวจขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย) ท่านนายกสฤษถิ์  ธนะรัตน์ จึงควบตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง  เป็นอริกับคนเสื้อแดงและท่านนายกทักษิณพอแล้ว
อย่าเป็นศัตรูกับข้าราชการประจำ ข้าราชการประจำอยู่ใกล้ชิดรัฐบาล นำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ ถ้าข้าราชการประจำอารยขัดขืน ระวังรัฐบาลเป็นอัมพาตนะครับ
ได้ไม่คุ้มเสียเตือนด้วยความหวังดี

ตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ประชาชนส่วนใหญ่จงเกลียดจงชังมากมายเป็นประวัติการณ์เท่ากับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เป็นนายกของประเทศที่มีอำนาจสูงสุด แต่ไปปฏิบัติราชการต่างจังหวัดไม่ได้ ถ้าจะไปต้องใช้กำลังคุ้มกันมากมายมหาศาล สาเหตุที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจงเกลียดจงชังเพราะ ท่านไม่มีความยุติธรรม เข้าสู่ตำแหน่งนายกไม่สง่างาม สองอย่างดังกล่าวประชาชนเขารู้ เขาดู เขาเห็น อีกอย่าง รัฐบาลของท่านไล่ล่านายกทักษิณซึ่งเป็นนายกในดวงใจของชาวรากหญ้า ยิ่งไล่ล่าชาวรากหญ้ายิ่งสงสาร พร้อมกับจงเกลียดจงชังรัฐบาลของท่านมากเท่าพันทวี นอกจากนี้ท่านยังปิดกั้นสื่อที่ยืนอยู่ตรงข้ามรัฐบาลไม่ว่าโทรทัศน์ วิทยุชุมชน เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน โดยให้รัฐมนตรีเตี้ยหมาตื่นขมขู่สื่อเหล่านั้น ยิ่งปิดกั้นสื่อ ประชาชนยิ่งอยากรู้ ทางที่ดี ให้อิสระในการบริโภคสื่อ ประชาชนเขามีวิจารณญาณในการบริโภคสื่อ จะถูกจะผิดประชาชนเขาแยกแยะได้

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่ว่าความไม่ยุติธรรม ความไม่สง่างามเข้าสู่ตำแหน่ง การไล่ล่านายกทักษิณขวัญใจชาวรากหญ้า ปิดกั้นสื่อ ปิดหูปิดตาประชาชน ล้วนเป็นสาเหตุทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจงเกลียดจงชังนายกคนนี้ ดังนั้นประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและอย่าได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

วิบากกรรมที่รัฐบาลเผชิญอยู่ขณะนี้เกิดขึ้นเพราะตัวรัฐบาลเองทั้งสิ้น อย่าโทษโน่นโทษนี่เลย ถ้าดวงตาเห็นธรรมจริง จงหยุดพฤติกรรมที่จะทำทั้งหมดเสียสิ้น แต่ถ้าดวงตามองไม่เห็นธรรมจงมีพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไปเถิด อวสานจะตามมาในไม่ช้านี้ พฤติกรรมเช่นว่านี้มีอะไรบ้างจะเจียรไนให้ฟังดังนี้

1. ร่วมมือกับพันธมิตร (มีสส.ของพรรคร่วมกันเคลื่อนไหว) ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 19 ก.ย. 49
2. ร่วมมือกับพันธมิตรยึดธรรมเนียบรัฐบาล ยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ยึดสนามบินดอนเมือง และสนามสุวรรณภูมิ ถูกต้องข้อหาผู้ก่อการร้าย แต่เมื่อเป็นรัฐบาลกลับแต่งตั้งคุณกษิต ฯ เป็นรัฐมนตรีเพื่อไล่ล่าท่านอดีตนายกทักษิณ ซึ่งเป็นนายกของประชาชน
3. ร่วมมือกับทหาร / พวกเนรคุณนายกทักษิณ จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และบอกว่ามีความชอบธรรม แต่ต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยยอมรับไม่ได้
4. เมื่อเป็นรัฐบาลสั่งฆ่าประชาชนกรณีสงกรานต์เลือด อย่าปฏิเสธเลย คุณเอาศพไปทิ้งที่ไหน รู้นะ ไปทางลพบุรีจริงไหม
5. ประชาชนร้องทุกข์ ถวายฏีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารของรัฐบาล แต่ถูกกีดกันไม่ให้ความทุกข์ร้อนของประชาชนทราบถึงพระเนตร์พระกรรณ์ของพระองค์ท่าน จงหยุดพฤติกรรมเช่นนี้เถิด
6. จากข้อ 5 น่าจะเป็นการล่วงเกล้าพระราชอำนาจของพระองค์ท่านหรือไม่ เพราะมาตรา 191 ตามรัฐธรรมนูญปี 50 กล่าวไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ จริงไหม หากใครก็ตามขัดขวางเพื่อไม่ให้ทราบถึงพระเนตรพระกรรณ์ ไม่ทราบว่าผู้ที่ขัดขวางเป็นก้าวล่วงพระราชหรือเปล่า จริงมะ

เท่าที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด ถ้านายกรัฐมนตรีดวงตาเห็นธรรมจริง จงไปเสียเถิด เนื่องจากคุณมาไม่ชอบธรรม ประชาชนเขารู้ว่าท่านมาไม่ถูกต้อง ยุบสภาน่าจะเป็นทางออกที่ดี เริ่มนับหนึ่งใหม่ ใครชนะอยู่ที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน

สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)